Thai Stop Loss

Thai Stop Loss

รายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC)

เวลา(GMT+7): 01:00
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United States
แหล่งที่มา: Federal Reserve

บันทึกการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เป็นบันทึกโดยละเอียดเกี่ยวกับการประชุมกำหนดนโยบาย'ของคณะกรรมาการที่ได้จัดประชุมขึ้นสองสัปดาห์ก่อนหน้านั้น บันทึกการประชุมนี้จะให้ข้อมูลเจาะลึกที่ละเอียดเกี่ยวกับความคิดเห็นของคณะกรรมการนโยบายการเงิน'ของธนาคารกลางสหรัฐเกี่ยวกับนโยบายการเงิน ดังนั้นนักเก็งกำไรในสกุลเงินจึงศึกษาในบันทึกนี้อย่างรอบคอบเพื่อหาสิ่งที่จะบอกเป็นนัยที่จะทราบผลการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต

 

การแถลงการณ์อัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางออสเตรเลีย

เวลา(GMT+7): 01:00
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United States
แหล่งที่มา: Federal Reserve

รายงานการแถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน'แห่งธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Open Market Committee) (FOMC) เป็นเครื่องมือเบื้องต้นที่คณะกรรมการได้ใช้เพื่อสื่อสารกับนักลงทุนเกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยในแถลงการณ์นี้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับผลของการลงคะแนนเสียงสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ย อภิปรายถึงภาพรวมเศรษฐกิจและแสดงนัยถึงผลลัพธ์ของการลงคะแนนเสียงในอนาคต นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในขณะที่นโยบายควบคุมอัตราเงินเฟ้อถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

คำกล่าวของเบลีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งอังกฤษ

เวลา(GMT+7): 14:25
สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Bank of England

แอนดรูว์ เบลีย์ (Andrew Bailey) ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งอังกฤษ (ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนมีนาคม 2020 – มีนาคม 2028) ยอมรับว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Monetary Policy Committee (MPC) ของธนาคารซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเขามีอิทธิพลอย่างสำคัญต่อค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิง นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากคำพูดเหล่านี้อาจเป็นการพูดเป็นนัยที่เกี่ยวกับนโยบายทางการเงินในอนาคต คำพูดแสดงความคิดเห็นของเขาอาจทำให้เกิดแนวโน้มระยะสั้นๆ เชิงบวกหรือเชิงลบได้

 

แถลงการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB)

เวลา(GMT+7): 18:30
สกุลเงิน: EUR
ประเทศ: Europe
แหล่งที่มา: European Central Bank

แถลงการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป รวมถึงผลการตัดสินใจของธนาคารฯ เกี่ยวกับการซื้อสินทรัพย์และความเห็นเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจที่มีผลต่อการตัดสินใจของธนาคารฯ

 

จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 19:30
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United States
แหล่งที่มา: Department of Labor

รายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) จะวัดค่าจำนวนของผู้ที่ยื่นคำร้องเพื่อขอรับการประกันการว่างงานเป็นครั้งแรกในระหว่างช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรายงานนี้เป็นข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศล่วงหน้ามากที่สุดแต่ผลกระทบต่อตลาดนั้นหลากหลายแล้วแต่สัปดาห์นั้นๆ ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

'โควิด-19'ตัวชี้ชะตาอนาคตการเมืองประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตของชาวอเมริกันเพราะโรคระบาดร้ายแรงนี้ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ต้นตอโรคโควิด-19 ส่อเค้าว่าจะเป็นตัวกำหนดอนาคตทางการเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามหลีกเลี่ยงมาตลอดก็ตาม ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ ถูกวิจารณ์อย่างหนักหลังจากถอดหน้ากากอนามัยเมื่อกลับถึงทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์(5ต.ค.)แถมยังบอกกับชาวอเมริกันว่าไม่ต้องกลัวไวรัสโควิด-19

“วิลเลียม ชาฟเนอร์” ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์ป้องกันและโรคติดเชื้อที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิลท์ บอกว่า “ผมตกใจมากเมื่อปธน.ทรัมป์บอกว่าไม่ต้องกลัวโควิด-19 ผมรู้สึกกังวลเพราะนี่เป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตประชาชนนับพันคนต่อวัน ทำลายเศรษฐกิจ ทำให้คนตกงาน โควิด-19 เป็นสิ่งที่เราควรจะหวาดกลัว”

ส่วน“คริส คูน” วุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตทวีตข้อความว่า “นี่คือความล้มเหลวที่น่าเศร้าในฐานะผู้นำ ด้าน"โจ ไบเดน" ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต โพสต์ทวิตเตอร์เป็นภาพที่ตัวเขาและปธน.ทรัมป์ยืนข้างๆกัน โดยตัวเขาใส่หน้ากากและปธน.ทรัมป์ไม่ใส่ พร้อมคำบรรยายใต้ภาพว่า “หน้ากากอนามัยมีความสำคัญ เพราะมันช่วยรักษาชีวิตเรา”

คำวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากโรงพยาบาลแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด และเดินทางกลับสู่ทำเนียบขาว แต่ทันทีที่เดินเข้าอาคารทำเนียบขาว ผู้นำสหรัฐก็ถอดหน้ากากอนามัยออก ทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลอย่างมาก และหลังจากเข้าทำเนียบขาวได้ไม่นาน ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็กล่าวกับชาวอเมริกันผ่านทางวิดีโอว่า “อย่ากลัวไวรัส อย่าให้ไวรัสครอบงำคุณ ผมรู้ว่ามันอันตราย แต่ผมไม่กลัวและผมเผชิญหน้ากับมัน ผมกล้าพูดได้ว่าไม่มีผู้นำประเทศคนใดทำเหมือนกับที่ผมทำ ผมรู้ว่าโรคนี้มีความเสี่ยง แต่ตอนนี้ผมดีขึ้นแล้ว"

พฤติกรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดช่องให้คู่แข่งอย่าง"โจ ไบเดน" ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต โจมตีได้เต็มที่ โดยไบเดนให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีว่า เขาไม่แปลกใจกับข่าวที่ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ติดเชื้อโควิด-19 และทรัมป์ต้องรับผลจากการกระทำของตนเอง หลังจากที่ไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องพบปะกับผู้อื่น

“ใครก็ตามที่ติดเชื้อโควิด-19 แล้วเคยพูดว่า ไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย และไม่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคมนั้น คนๆ นั้นจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง” ไบเดน กล่าว

นอกจากนี้ ไบเดนยังกล่าวว่า เขาไม่กังวลว่าจะติดโรคโควิด-19 หลังจากที่เข้าร่วมการดีเบตรอบแรกกับปธน.ทรัมป์เมื่อสัปดาห์ก่อน เนื่องจากเขาและปธน.ทรัมป์มีระห่างกันมากพอ แต่เขาแปลกใจที่เห็นครอบครัวและผองเพื่อนของปธน.ทรัมป์นั่งในห้องถ่ายทอดสดโดยไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัยเลย

ส่วนความพยายามของสภาคองเกรส ที่จะผ่านร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่ออนุมัติเงินช่วยเหลือรอบที่ 2 ให้แก่ประชาชนและธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะระบาดของโรคโควิด-19 เจอปัญหายุ่งยากอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ และวุฒิสมาชิกสังกัดพรรครีพับลิกันอย่างน้อย 3 คนติดเชื้อโควิด-19 รวมถึงวุฒิสมาชิก "มิทช์ แมคคอนเนล” ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐ ที่ประกาศในช่วงสุดสัปดาห์ว่า สภาสูงจะพักการประชุมไปก่อนจนถึงวันที่ 19 ต.ค. ซึ่งหมายความว่า ไม่น่าจะมีการตกลงเพื่อสรุปรายละเอียดแผนเยียวยาโควิด-19 รอบใหม่ระหว่างแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง ในเร็วๆ นี้

'ทรัมป์'กลับลำลงนามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังสั่งระงับเจรจาก่อนหน้านี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทวีตข้อความอีกครั้งในวันพุธ(7ต.ค.)ว่า เขาจะลงนามในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายฉบับ ซึ่งจะเยียวยาประชาชนและบางภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระงับการเจรจากับพรรคเดโมแครตเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ จนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 3 พ.ย.

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์เรียกร้องให้สภาคองเกรสให้การอนุมัติมาตรการต่างๆที่เขาจะลงนาม ซึ่งได้แก่ การแจกเช็คเงินสดให้แก่ชาวอเมริกันคนละ 1,200 ดอลลาร์ รวมทั้งการอัดฉีดวงเงิน 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบิน และวงเงิน 1.35 แสนล้านดอลลาร์สำหรับธุรกิจรายย่อย

การตัดสินใจดังกล่าวของปธน.ทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกมาเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากสหรัฐยังคงจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น มิฉะนั้นส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน

นอกจากนี้ การตัดสินใจของปธน.ทรัมป์ยังเกิดขึ้น ท่ามกลางการเจรจาที่ชะงักงันระหว่างนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เกี่ยวกับวงเงินในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยพรรคเดโมแครตเสนอวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ทำเนียบขาวเสนอวงเงิน 1.6 ล้านล้านดอลลาร์

ด้านนายนีล แคชแครี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินเนอาโพลิส เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือคนว่างงาน ธุรกิจขนาดย่อม รวมทั้งรัฐบาลประจำมลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น

“หากรัฐบาลไม่ออกมาตรการช่วยเหลือก็จะส่งผลกระทบอย่างมากมาย โดยถ้าเราไม่ช่วยคนที่ตกงาน เขาก็จะไม่สามารถชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดช่วงขาลงที่รุนแรงมากเกินคาด” นายแคชแครีกล่าว

ยูบีเอส โกลบอล เวลธ์ แมเนจเมนท์ เผยผลสำรวจ มหาเศรษฐีธุรกิจสุขภาพรวยขึ้นกว่า 50% ช่วงระบาดโควิด

ยูบีเอส โกลบอล เวลธ์ แมเนจเมนท์ (UBS) เปิดเผยรายงานสำรวจความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีกว่า 2,000 คนทั่วโลก ซึ่งพบว่ามหาเศรษฐีเหล่านี้มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นกว่า 25% ในช่วงเดือนแรกๆ ที่โควิด-19 แพร่ระบาด โดยมีมูลค่าความมั่งคั่งอยู่ที่ 10.2 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา ทำลายสถิติเดิมของเดือนธ.ค.2562 ซึ่งอยู่ที่ 8.9 ล้านล้านดอลลาร์

ทั้งนี้ ตัวเลขความมั่งคั่งล่าสุดนั้นเพิ่มขึ้น 5-10 เท่าในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา จากฐานข้อมูลที่รวบรวมโดย UBS และ PwC โดยในช่วงที่เริ่มเก็บข้อมูลนั้น มูลค่าความมั่งคั่งเกินระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

รายงานเผยว่า ในช่วงวันที่ 7 เม.ย. – 31 ก.ค. ของปีนี้ มหาเศรษฐีในทุกอุตสาหกรรมมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นที่ระดับเลขสองหลัก โดยมหาเศรษฐีในภาคธุรกิจเทคโนโลยี การดูแลสุขภาพ และภาคอุตสาหกรรมมีระดับความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยอยู่ระหว่าง 36%-44% ซึ่งการเกิดโรคระบาดเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้มหาเศรษฐีในกลุ่มนี้มั่งคั่งเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม UBS เปิดเผยด้วยว่า ในช่วงปี 2561 จนถึงเดือนก.ค. 2563 มหาเศรษฐีในภาคธุรกิจเทคโนโลยีมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 42.5% แตะที่ 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่มหาเศรษฐีในภาคธุรกิจการดูแลสุขภาพ มีความมั่งคั่งสูงขึ้น 50.3% สู่ระดับ 6.586 แสนล้านดอลลาร์

คำกล่าวของ ลาการ์ด (Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป

เวลา(GMT+7): 19:10
สกุลเงิน: EUR
ประเทศ: Europe
แหล่งที่มา: European Central Bank

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) (ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2019 – ตุลาคม 2027) ยอมรับว่า ในฐานะประธานของธนาคารกลางยุโรปซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นดังนี้เธอมีอิทธิพลสำคัญต่อมูลค่าของสกุลเงินยูโร นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเธออย่างใกล้ชิดเนื่องจากคำพูดเหล่านี้อาจเป็นการพูดเป็นนัยที่เกี่ยวกับนโยบายทางการเงินในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ย การพูดแสดงความคิดเห็นของเธออาจทำให้เกิดแนวโน้มระยะสั้นๆ เชิงบวกหรือเชิงลบได้

 

การแถลงการณ์อัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางออสเตรเลีย

เวลา(GMT+7): 21:00
สกุลเงิน: CAD
ประเทศ: Canada
แหล่งที่มา: Richard Ivey School of Business

รายงานดัชนี'ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อจาก Ivey จะวัดค่ากิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในประเทศแคนาดา ค่าตัวเลขที่มีระดับเกิน 50 จะบ่งชี้ว่ามีการขยายตัว ค่าตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 จะชี้แสดงว่ามีการหดตัว ดัชนีนี้เป็นโครงการร่วมมือกันระหว่างสมาคมผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของแคนาดาและสถาบันศึกษา Richard Ivey School of Business นักเก็งกำไรจะติดตามรายงานการสำรวจนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากโดยปกติแล้วผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยหน้าที่การทำงานแล้วนั้นมักจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลการประกอบกิจการของบริษัทได้ก่อนซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญต่อผลการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจโดยรวม ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดาขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา

 

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการก่อสร้าง (Construction PMI) สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7): 21:00
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United States
แหล่งที่มา: Energy Information Administration

รายงานคลังสินค้าน้ำมันดิบ (Crude Oil Inventories) จาก'องค์กรข้อมูลด้านพลังงาน (The Energy Information Administration)(EIA) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงแบบรายสัปดาห์ในการเปลี่ยนแปลงในจำนวนบาร์เรลของน้ำมันดิบเชิงพานิชที่บริษัทต่างๆ ของสหรัฐมีอยู่ ระดับของคลังสินค้าจะมีอิทธิพลต่อราคาของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อ

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวเรียกร้องให้สภาคองเกรสออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่สหรัฐยังคงจำเป็นต้องมีการใช้มาตรการทางการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัวขึ้น

นายพาวเวล ระบุว่า แม้ว่าขณะนี้มีความคืบหน้าในการสร้างงาน และการบริโภค แต่ผู้กำหนดนโยบายยังคงต้องเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป มิฉะนั้นจะส่งผลให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างอ่อนแอ และส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน

“ในทางตรงกันข้าม จะมีความเสี่ยงน้อยมากจากการกระตุ้นเศรษฐกิจมากเกินไป โดยหากเจ้าหน้าที่ดำเนินนโยบายมากกว่าที่จำเป็น สิ่งนี้ก็จะไม่สูญเปล่า โดยการฟื้นตัวจะแข็งแกร่งและรวดเร็วขึ้น หากมีการใช้นโยบายการเงินและการคลังควบคู่กันเพื่อพยุงเศรษฐกิจให้พ้นจากภาวะวิกฤต” นายพาวเวลกล่าวต่อสมาคมเศรษฐศาสตร์ธุรกิจแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอบีอี)

ที่ผ่านมา เฟดได้ใช้มาตรการทางการเงินเพื่อเยียวยาชาวสหรัฐและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยใกล้ 0% และอัดฉีดเม็ดเงินและสภาพคล่องจำนวนมากเข้าสู่ตลาด แต่ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสยังคงมีความขัดแย้งกันในการออกมาตรการทางการคลังครั้งใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังจากที่มาตรการเดิมได้หมดอายุลง

พายุจ่ออ่าวเม็กซิโกหนุนราคาน้ำมันพุ่ง 1.45 ดอลล์ ขณะบริษัทน้ำมันเชฟรอนอพยพแรงงานออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันอังคาร(6ต.ค.)ปรับตัวขึ้น 1.45 ดอลลาร์ หลังจากบริษัทพลังงานต่างๆต้องปิดแท่นขุดเจาะน้้ำมันนอกชายฝั่ง เนื่องจากพายุเดลต้าทวีความรุนแรงเป็นเฮอร์ริเคนระดับ 2 และอยู่บนเส้นทางที่จะคืบคลานเข้าหาอ่าวเม็กซิโกในวันพฤหัสบดี(8ต.ค.)นี้

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.45 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 40.67 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.36 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 42.65 ดอลลาร์/บาร์เรล

ด้านบริษัทเชฟรอนได้เริ่มอพยพพนักงานออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก ก่อนการพัดถล่มของพายุเฮอร์ริเคนเดลต้าในวันพฤหัสบดีนี้

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์กันว่าการประท้วงของพนักงานในบริษัทอีควินอร์( Equinor) จะส่งผลให้การผลิตน้ำมันของนอร์เวย์ลดลง 330,000 บาร์เรล/วัน หรือราว 8% ของการผลิตน้ำมันทั้งหมด

Wednesday, 07 October 2020 00:00

ชะตากรรมของ 'Trump'

จับตาชะตากรรมของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ต้องลุ้นกับผลเลือกตั้งสหรัญช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ว่าจะได้ครองตำแหน่งสมัยที่สอง หรือต้องเสียท่าให้กับโจ ไบเดน แคนดิเดทที่ตีคะแนนมาอย่างสูสี

เลือกตั้งของสหรัฐใกล้เข้ามาทุกที ห่างจากวันดวล 3 พ.ย.2020 เพียงไม่ถึง 30 วัน ครั้งนี้ว่ากันว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งอาจสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของการเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอายุแก่กว่ากรุงรัตนโกสินทร์เพียง 6 ปี ลองมาดูกันว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต คือ Joe Biden (ไบเดนเป็นอดีตรองประธานาธิบดีของประธานาธิบดี Obama อยู่ 8 ปี ระหว่างปี 2008-2016) กับประธานาธิบดี Donald Trump ซึ่งเป็นประธานาธิบดีมาได้สมัยเดียว (2016-2020) และมีสิทธิเป็นได้อย่างต่อเนื่องอีก 1 สมัย (2020-2024)

โลกรู้จัก Trump เป็นอย่างดี เวลามีใครพูดถึงเขาจะต้องมีคนยิ้มหัวเราะทุกครั้งเสมอไป เพราะเขามีบุคลิกที่ผิดไปจากมาตรฐานของการเป็นผู้นำประเทศระดับโลก อย่าว่าแต่ของสหรัฐเลย สิ่งที่เขาชอบที่สุดก็คือการชื่นชมอย่างสุดๆ จากคนรอบข้าง ตัดสินใจตามใจตนเองอย่างไม่สนใจหลักฐานและความเป็นเหตุเป็นผล วันนี้พูดอย่าง มะรืนนี้พูดอีกอย่างถึงแม้จะเป็นสิ่งที่เป็นเท็จก็ตาม สื่อนับการโกหกได้ 20,000 กว่าครั้งตลอดเวลา 3.5 ปี ที่เขาเป็นประธานาธิบดี

Trump เป็นคนที่มีปัญหาในด้านบุคลิกภาพและการมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์ การกระทำหลายอย่างล้วนชี้ให้เห็นว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของตัวเขาทั้งสิ้น ชีวิตคนอื่นล้วนเป็นเรื่องรอง Mary Trump หลานสาวซึ่งเขียนหนังสือเปิดเผยชีวิตของครอบครัว ตลอดจนวิเคราะห์บุคลิกภาพของอาได้อย่างน่าสนใจ เพราะเธอเป็นนักจิตวิทยาจบปริญญาเอกทางด้านนี้โดยตรง

Mary บอกว่า Trump รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูกแต่ถ้าหากเขาเลือกสิ่งที่ผิดเมื่อใด สิ่งนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งถูกสำหรับเขาทันที เหตุที่เขามีบุคลิกบกพร่องหลายอย่างก็เป็นเพราะปู่เธอมีบทบาทสำคัญ ครอบครัว Trump อพยพจากเยอรมนี พ่อเขาเกิดในสหรัฐ (บางทีเขาก็บอกว่าเกิดในเยอรมนี และก่อนหน้านี้บอกว่าอพยพจาก Scandinavia) สร้างตัวขึ้นมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในนิวยอร์กจนร่ำรวย แม่ของ Donald Trump มีลูก 5 คน Donald เป็นคนที่สี่ แม่เขาเจ็บกระเสาะกระแสะ ตลอดเวลาที่เขาเติบโตขึ้น พ่อก็แทบไม่อยู่บ้านเพราะทำงานหนัก เขาจึงเติบโตโดยไม่มีใครดูแลอบรมอย่างแท้จริง

Donald Trump ไม่เคยเอ่ยถึงแม่เขาเลย มีแต่ชื่นชมพ่อซึ่งเลือกเขาเป็นทายาทธุรกิจ เมื่อเป็นประธานาธิบดีแบบสุดฟลุกก็มีนิสัยเหมือนเดิมคือเอาแต่ใจตัวเอง ชอบคุยโม้โอ้อวด (“ผมรู้เรื่องเทคโนโลยีดีกว่าคนทั้งโลก” “ผลงานของผม 3 ปี โดดเด่นกว่าประธานาธิบดีทั้งหมดที่เคยมีมาของสหรัฐ หรืออาจรวมทั้งโลกด้วยซ้ำ” “ผมเป็นคน genius อย่างหลายคนเทียบได้ยาก” “ผมเป็นอภิมหาเศรษฐีที่รวยมาก และรวยจริงๆ") ทำงานไม่เป็นระบบ วันนี้เอาอย่างหนึ่งพรุ่งนี้เปลี่ยนใจเอาอีกอย่าง มีสมาธิสั้นเวลาใครนำเสนออะไรไม่ว่าจะซับซ้อนอย่างไรก็ให้ใช้สไลด์ไม่เกิน 2 แผ่น และพูดสั้นๆ เขาอ่านหนังสือน้อยมาก ขาดความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ปรัชญา การเมืองการปกครอง เศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์การเมืองอเมริกันอย่างร้ายแรง

คนในวอชิงตันขนานนาม White House ว่าเป็น “adult daycare center” คือต้องเอาใจ พูดให้ถูกเรื่อง ชื่นชมประธานาธิบดีเหมือนเด็กๆ เพื่อให้ทำสิ่งที่ควรทำคล้ายที่ทำใน baby daycare center พฤติกรรมของ Trump เป็นที่ปวดหัวแก่คนรอบข้างเป็นอันมาก คนเก่งที่ทนไม่ได้ก็ลาออกไปกันเป็นจำนวนมาก หลายตำแหน่งก็ว่างเป็นเวลานานเพราะเขาไม่สนใจ ทูตสหรัฐประจำประเทศต่างๆ จำนวนมากว่างอยู่หลายปี (ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน) จนงานติดขัดเป็นอันมาก

Trump ต้องการให้สหรัฐเป็น first หรือ great again (คำขวัญเก่าที่ใช้กันมาหลายยุคสมัยตั้งแต่ 1940) แต่ปรากฏว่า กลายเป็น first ในด้านลบ เช่น จัดการเรื่องโควิด-19 เลวร้ายมากจนคนอเมริกันติดเชื้อและตายอันดับหนึ่งของโลก (คนอเมริกันมีสัดส่วน 4% ของประชากรในโลก แต่ตายด้วยโควิด 20% ของคนตายทั้งหมด) ทำให้คนอเมริกันแตกแยกยิ่งขึ้น สนับสนุนความเกลียดชังระหว่างสีผิว สร้างความเชื่อและสนับสนุนทฤษฎีสมคบประหลาดๆ ไม่เชื่อเรื่อง Climate Change ไม่เชื่อวิทยาศาสตร์ในเรื่องโรคระบาด ฯลฯ

เหตุที่ Trump จงใจสร้างความหวาดกลัวและแตกแยก ก็เพราะเป็นโอกาสในการสร้างฐานเสียง ซึ่งส่วนใหญ่คือคนผิวขาวที่เรียนมาน้อย อยู่ในชนบท อนุรักษนิยม ชาตินิยม ฯลฯ Trump มีฐานที่แน่นอยู่ประมาณไม่เกิน 37% ของคนอเมริกัน

ในการดีเบทครั้งแรกเมื่อ 29 ก.ย. ใครดูก็จะสลดใจพฤติกรรมของประธานาธิบดีอเมริกันเป็นอันมาก กล่าวคือ Trump พูดแทรก 73 ครั้ง ขณะที่ Biden และผู้ดำเนินรายการพูด ไม่เคารพกติกาเวลา อยากจะพูดอะไรก็จะพูดจนคนดูเอือม พูดสิ่งที่เป็นเท็จ เกินความเป็นจริง ก้าวร้าว ฯลฯ

ที่ปรึกษาทำเนียบขาวติดโควิด เข้าสู่กระบวนการกักตัวเพื่อรับการรักษา

นายสตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของเขาออกมาเป็นบวก

นายมิลเลอร์ ระบุในแถลงการณ์ว่า “วันนี้ ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของผมออกมาเป็นบวก และผมได้เข้าสู่กระบวนการกักตัวเพื่อรับการรักษาแล้ว”

ทั้งนี้ นายมิลเลอร์ เป็นผู้ติดเชื้อรายล่าสุดในคณะทำงานของปธน.ทรัมป์ หลังจากที่ปธน.ทรัมป์ติดเชื้อโควิด-19 และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด เมื่อวันศุกร์ที่ 2 ต.ค. จนกระทั่งเมื่อวันจันทร์ 5 ต.ค.ตามเวลาสหรัฐ ปธน.ทรัมป์ได้ออกจากโรงพยาบาลและกลับเข้าทำเนียบขาว โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากคณะแพทย์

อย่างไรก็ดี ทันทีที่ปธน.ทรัมป์เข้าสู่อาคารทำเนียบขาว เขาได้ถอดหน้ากากอนามัยออก ซึ่งทำให้หลายฝ่ายวิตกกังวลอย่างมาก

เมื่อไม่นาน ได้มีการเปิดเผยรายชื่อผู้ใกล้ชิดปธน.ทรัมป์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งได้แก่ โฮป ฮิกส์ ผู้ช่วยคนสนิทของปธน.ทรัมป์, เคลีห์ แมคเอนานี โฆษกทำเนียบขาว, บิลล์ สเตเปียน ผู้จัดการทีมหาเสียงของปธน.ทรัมป์ รวมถึงวุฒิสมาชิกอีกสามคนของพรรครีพับลิกัน ได้แก่ ไมค์ ลี, ทอม ทิลลิส และรอน จอห์นสัน

การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ออสเตรเลีย

เวลา(GMT+7): 10:30
สกุลเงิน: AUD
ประเทศ: Australia
แหล่งที่มา: Reserve Bank of Australia

สมาชิกคณะกรรมการบริหารธนาคารกลางแห่งออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia (RBA)) ได้ลงมติเห็นพ้องเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ย นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดค่าเงินตรา ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย

 

การแถลงการณ์อัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางออสเตรเลีย

เวลา(GMT+7): 10:30
สกุลเงิน: AUD
ประเทศ: Australia
แหล่งที่มา: Reserve Bank of Australia

รายงานนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่เผยแพร่แบบประจำเดือนของธนาคารกลาง'แห่งออสเตรเลีย (The Reserve Bank of Australia (RBA)) จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย'ของธนาคารและจะอภิปรายในภาวะเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงนัยให้นักลงทุนได้ทราบถึงผลลัพธ์ของการตัดสินใจในอนาคต นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียในขณะที่นโยบายควบคุมอัตราเงินเฟ้อถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย

 

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการก่อสร้าง (Construction PMI) สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7): 15:30
สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Markit/CIPS

รายงาน'ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง (PMI) ของสถาบันบริหารงานจัดซื้อและซัพพลาย (Chartered Institute of Purchasing and Supply (CIPS)) จะวัดระดับกิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 ชี้แสดงว่ามีการขยายตัวในอุตสาหกรรมการก่อสร้างในขณะที่ค่าตัวเลยที่ต่ำกว่า 50 จะชี้ถึงการหดตัว ดัชนีชี้วัดภาคก่อสร้างนี้จะชี้วัดในภาวะของอุตสาหกรรมภาคก่อสร้างในสหราชอาณาจักร นักเก็งกำไรจะติดตามรายงานการสำรวจนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยปกติจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลการประกอบกิจการของบริษัทได้ก่อนซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญต่อผลการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจโดยรวม ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

คำกล่าวของ ลาการ์ด (Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป

เวลา(GMT+7): 15:35
สกุลเงิน: EUR
ประเทศ: Europe
แหล่งที่มา: European Central Bank

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) (ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2019 – ตุลาคม 2027) ยอมรับว่า ในฐานะประธานของธนาคารกลางยุโรปซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นดังนี้เธอมีอิทธิพลสำคัญต่อมูลค่าของสกุลเงินยูโร นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเธออย่างใกล้ชิดเนื่องจากคำพูดเหล่านี้อาจเป็นการพูดเป็นนัยที่เกี่ยวกับนโยบายทางการเงินในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ย การพูดแสดงความคิดเห็นของเธออาจทำให้เกิดแนวโน้มระยะสั้นๆ เชิงบวกหรือเชิงลบได้

 

แนวโน้มพลังงานระยะสั้นจากมุมมองของ EIA

เวลา(GMT+7): 19:00
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United States
แหล่งที่มา: Energy Information Administration

แนวโน้มพลังงานระยะสั้นหรือ Short-Term Energy Outlook (STEO) จะให้มุมมองระยะใกล้ขององค์กร U.S. Energy Information Administration (EIA) เกี่ยวกับตลาดพลังงาน ในแต่ละเดือนแนวโน้ม STEO จะให้ข้อมูลการพยากรณ์ตลอดจนถึงช่วงสิ้นปีของปีปฏิทินถัดไปโดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงาน การจัดหา การซื้อขาย และราคาของเชื้อเพลิงประเภทต่าง ๆ ที่สำคัญ นอกจากนี้แนวโน้ม STEO ยังให้ข้อมูลการวิเคราะห์ตลาดแบบเชิงลึกเกี่ยวกับ์น้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และตลาดก๊าซธรรมชาติ แม้ว่าจะเน้นความสำคัญในตลาดพลังงานต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาก็ตาม แต่แนวโน้ม STEO นี้ยังรวมเอาข้อมูลการพยากรณ์สำหรับตลาดระหว่างประเทศบางแห่งที่มีการซื้อขายเชื้อเพลิงเหลว

 

คำกล่าวของ ลาการ์ด (Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป

เวลา(GMT+7): 20:00
สกุลเงิน: EUR
ประเทศ: Europe
แหล่งที่มา: European Central Bank

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) (ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2019 – ตุลาคม 2027) ยอมรับว่า ในฐานะประธานของธนาคารกลางยุโรปซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นดังนี้เธอมีอิทธิพลสำคัญต่อมูลค่าของสกุลเงินยูโร นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเธออย่างใกล้ชิดเนื่องจากคำพูดเหล่านี้อาจเป็นการพูดเป็นนัยที่เกี่ยวกับนโยบายทางการเงินในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ย การพูดแสดงความคิดเห็นของเธออาจทำให้เกิดแนวโน้มระยะสั้นๆ เชิงบวกหรือเชิงลบได้

 

ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTs สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 21:00
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United States
แหล่งที่มา: Bureau of Labor Statistics

ไม่มีเนื้อหา

 

คำกล่าวของนายพาวเวลล์ (Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ

เวลา(GMT+7): 21:40
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United States
แหล่งที่มา: Federal Reserve

นาย เจอร์โรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางของสหรัฐ (ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2018 – มกราคม 2022) ยอมรับว่า ในฐานะประธานผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งสหรัฐซึ่งควบคุมดูแลอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นนั้นเขามีอิทธิพลต่อมูลค่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่าบุคคลอื่นใด นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากคำพูดเหล่านี้อาจเป็นการพูดเป็นนัยที่เกี่ยวกับนโยบายทางการเงินในอนาคต

Page 1 of 10

บทความล่าสุด

คำเตือนความเสี่ยง

การเทรด Forex หรือตราสารอนุพันธ์อื่นๆนั้นมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าทำกำไรและวางเป้าหมายที่เข้ามาในตลาดนี้ ต้องประเมิณความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้ เนื่องจากความสูญเสียนั้นอาจทำให้สูญเสียเงินทั้งหมดได้ นักลงทุนโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดอย่างลึกซึ้งแล้วหรือยัง และมีการจัดการความเสี่ยงของการลงทุนรูปแบบนี้อย่างมืออาชีพก่อนลงทุน

เว็บไซต์แนะนำ

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์

Today 72

Yesterday 109

Week 365

Month 2836

All 539770