Thai Stop Loss

Thai Stop Loss

ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 19.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Census Bureau

รายงานยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Core Durable Goods Orders) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าทั้งหมดของยอดคำสั่งซื้อใหม่สำหรับสินค้าที่คงทนไม่รวมรายการด้านการขนส่ง เนื่องจากคำสั่งซื้อสิ่งต่างๆ สำหรับเครื่องบินเป็นเรื่องที่เปราะบางมากซึ่งตัวเลขพื้นฐานนี้จะเป็นตัวชี้วัดที่ดีกว่าในการวัดค่าแนวโน้มการสั่งซื้อ ค่าตัวเลขที่มีค่าสูงจะชี้แสดงถึงการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com/

นายเฉิน เจิน-ไชอี ผู้ช่วยรัฐมนตรีเศรษฐกิจกระทรวงเศรษฐกิจของไต้หวัน เปิดเผยว่า ไต้หวันยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership : CPTPP)

การดำเนินการของไต้หวัน เกิดขึ้นหลังจีน เพียงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งได้ยื่นคำร้องขอเข้าร่วม CPTPP เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2564

ส่วนความตกลง CPTPP ถือว่า เป็นข้อตกลงการค้าฉบับแก้ไข จากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ซึ่งสหรัฐ ถอนตัวไปเมื่อปี 2560 หลังจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจประกาศนำสหรัฐออกจากความร่วมมือนี้ ส่งผลให้ญี่ปุ่นเป็นผู้นำในกลุ่มความร่วมมือดังกล่าวในปัจจุบัน

สมาชิกความตกลง CPTPP ในปัจจุบันมี 11 ประเทศ ประกอบด้วย ญี่ปุ่น แคนาดา ออสเตรเลีย เวียดนาม นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เม็กซิโก เปรู บรูไน ชิลี และมาเลเซีย

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนว่า เมื่อจีนได้รับการพิจารณาและอนุญาตให้เข้าร่วม CPTPP แล้ว จะทำให้ไต้หวัน เผชิญอุปสรรคมากขึ้น ในการเป็นส่วนหนึ่งของพันธมิตรการค้าระดับภูมิภาค อย่าง CPTPP และกลุ่มความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งมีจีนเป็นกำลังขับเคลื่อน แต่ยังรวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า จีนคัดค้านอย่างหนักในวันนี้ต่อกรณีที่ไต้หวันขอเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TPP) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรี พร้อมย้ำว่าไต้หวันเป็น "ส่วนหนึ่งของจีน แบ่งแยกมิได้"

นายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า "หลักการจีนเดียวเป็นบรรทัดฐานที่ยอมรับกันในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเป็นฉันทามติในชุมชนนานาชาติ"

นายจ้าวเสริมว่า จีนแผ่นดินใหญ่นั้น "คัดค้านอย่างเด็ดขาดต่อการเข้าร่วมของไต้หวันในข้อตกลงและองค์กรใด ๆ อย่างเป็นทางการ" โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังไต้หวันยื่นคำร้องขอเข้าร่วมข้อตกลงทางการค้าดังกล่าว ซึ่งสหรัฐได้ถอนตัวเมื่อเดือนม.ค. 2560

ทั้งนี้ จีนได้ยื่นขอเป็นสมาชิกใน TPP ซึ่งมีชื่อเดิมว่าความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นความพยายามที่จะเพิ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจในเอเชีย

 

แหล่งที่มา :  www.bangkokbiznews.com

นักวิเคราะห์ชี้ถึงความแตกต่างสำคัญระหว่างวิกฤติเอเวอร์แกรนด์ กับวิกฤติเลห์แมนล้มว่า เอเวอร์แกรนด์ถือครองที่ดิน ขณะที่เลห์แมนถือครองสินทรัพย์ทางการเงิน

นายร็อบ คาร์เนลล์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของสถาบันการเงินไอเอ็นจี เผยกับรายการ“Squawk Box Asia.” ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีว่า เอเวอร์แกรนด์มีปัญหากระแสเงินสดก็จริง แต่ถ้าจะพูดว่าก่อให้เกิดความเสี่ยงเชิงระบบ “ดูจะเกินจริงไปหน่อย” เอเวอร์แกรนด์ไม่ใช่เลห์แมน ไม่ใช่กองทุนแอลทีซีเอ็ม ที่ล้มในทศวรรษ 90 แล้วกระตุ้นให้เกิดความตื่นตระหนก ไม่ใช่เฮดจ์ฟันด์ที่มีสถานะได้เปรียบมหาศาล ไม่ใช่ธนาคารที่ราคาสินทรัพย์ทางการเงินกำลังดิ่งลงเข้าใกล้ศูนย์ แต่เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จีนที่มีหนี้สินค่อนข้างมาก เทียบได้กว่า 3 แสนล้านดอลลาร์

เขาคาดว่า ถ้าเอเวอร์แกรนด์ได้เงินสดจำนวนหนึ่งเข้ามาสู่โครงการ บริษัทก็สามารถทำโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้สำเร็จ นำออกขายแล้วเริ่มมีเงินมาใช้หนี้

อ่านข่าว : วิกฤตหนี้ “เอเวอร์แกรนด์” บทพิสูจน์ความน่าเชื่อถือจีน

อีกปัจจัยหนึ่งที่แตกต่างกรณีเอเวอร์แกรนด์คือรัฐบาลเข้ามาควบคุมและเข้าเกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จีนมากกว่า นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยไชนาเบจบุ๊ค กล่าวเมื่อวันจันทร์ (20 ก.ย.) ว่า ธนาคารจีนและบริษัทอื่นอีกมากมายเป็นสาขาของรัฐบาล และคอยเป็นผู้ไกล่เกลี่ยอยู่ห่างๆ แม้แต่การเงินนอกภาครัฐก็สามารถควบคุมได้อย่างที่ไม่ค่อยเห็นที่อื่นนอกจีน การล้มละลายทางการค้าคือทางเลือกของรัฐ เขาเชื่อว่าความเสียหายบานปลายแบบเลห์แมนจะไม่เกิดขึ้นในกรณีนี้

 

แหล่งที่มา :  www.bangkokbiznews.com

ราคาน้ำมันพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนในวันพฤหัสบดี(23ก.ย.) หลังโอเปกพลัสยังประสบปัญหาในการปรับเพิ่มกำลังผลิต ส่วนวอลล์สตรีทปิดบวกแข็งแกร่งและทองคำร่วงหนัก นักลงทุนคลายกังวล ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่อันดับ 2 ของจีน จะผิดนัดชำระหนี้

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.07 ดอลลาร์ ปิดที่ 73.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.06 ดอลลร์ ปิดที่ 77.25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สมาชิกโอเปกและพันธมิตร หรือที่เรียกว่าโอเปกพลัส ประสบปัญหาในความพยายามเพิ่มกำลังผลิต เนื่องจากไม่มีการลงทุนมานานหลายปีหรือการลงทุนล่าช้าสืบเนื่องจากงานซ่อมบำรุงระหว่างการแพร่ระบาดของโรคระบาดใหญ่

ในวันพุธ(22ก.ย.) รัฐมนตรีพลังงานของซาอุดีอาระเบียเผยว่าโอเปกพลัสกำลังทาทางคงราคาน้ำมันไว้ที่ระดับใกล้ๆกับ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และทางกลุ่มจะประชุมหารือกันในวันที่ 4 ตุลาคม

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันพฤหัสบดี(23ก.ย.) พุ่งแรงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน เมินข้อมูลภาคแรงงานที่น่าผิดหวัง ได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นที่ฟื้นคืนเกี่ยวกับสถานการณ์ของ ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป และนโยบายการเงินของอเมริกา

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 506.50 จุด (1.48 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 34,764.82 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 53.34 จุด (1.21 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 4,448.98 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 155.40 จุด (1.04 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 15,052.24 จุด

นักลงทุนรู้สึกดีขึ้นต่อสถานการณ์ของเอเวอร์แกรนด์ หลังจีนใช้มาตรการต่างๆป้องกันผลกระทบเป็นลูกโซ่จากการผิดนัดชำระหนี้ของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่อันดับ 2 ของจีน

ก่อนหน้านี้ แลร์รี เบรนนาร์ด นักวิเคราะห์จากบริษัททีเอส ลอมบาร์ด ระบุว่า การผิดนัดชำระหนี้ของเอเวอร์แกรนด์จะทำให้วิกฤตการณ์ทางการเงินลุกลามออกไปจนอาจกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

นักวิเคราะห์ยังอ้างด้วยว่าเริ่มมีความแน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับความตั้งใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) หลังประธาน เจอโรม พาวเวลล์ บอกว่าธนาคารกลางแห่งนี้ใกล้เริ่มปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ด้วยหลายคนคาดหมายว่าเฟดจะเริ่มปรับเปลี่ยนนโยบายในเดือนพฤศจิกายน

ขณะเดียวกันนักลงทุนมองข้ามรายงานของรัฐบาลสหรัฐฯที่ระบุว่าจำนวนผู้เข้ารับสวัสดิการคนว่างงานรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ถือเป็นการเพิ่มขึ้น 2 สัปดาห์ติดต่อกัน

ความเคลื่อนไหวของตลาดทุนทำนักลงทุนเมินสินทรัพย์เสี่ยงต่ำและฉุดราคาน้ำมันร่วงลงต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ โดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 29 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,749.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

แหล่งที่มา :  www.mgronline.com

คำกล่าวของนายพาวเวลล์ (Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐ

เวลา(GMT+7): 21.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

นาย เจอร์โรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางของสหรัฐ (ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2018 – มกราคม 2022) ยอมรับว่า ในฐานะประธานผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งสหรัฐซึ่งควบคุมดูแลอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นนั้นเขามีอิทธิพลต่อมูลค่าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่าบุคคลอื่นใด นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากคำพูดเหล่านี้อาจเป็นการพูดเป็นนัยที่เกี่ยวกับนโยบายทางการเงินในอนาคต

 

 

 

ยอดขายบ้านใหม่ สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 21.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Census Bureau

รายงานยอดขายบ้านใหม่ (New Home Sales) จะวัดค่าจำนวนของบ้านใหม่ที่เป็นบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวโดยได้คำนวณแบบทั้งปีซึ่งเป็นบ้านที่ได้ขายในระหว่างเดือนก่อนหน้านี้ รายงานนี้มีผลกระทบที่มาก'เมื่อได้ออกรายงานนี้ก่อนการออกรายงานดัชนียอดขายบ้านมือสองเนื่องจากรายงานทั้งสองนี้มีสหสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างมาก

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com/

ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์อินเวสต์ติง ดอท คอม เมื่อเวลา 06.00 น.ของวันนี้ (23ก.ย.)ปรับตัวขึ้น 7.48% เคลื่อนไหวที่ 43,537.5

 

แหล่งที่มา :  www.bangkokbiznews.com

ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 1% ในวันพุธ(22ก.ย.) หลังคลังปิโตรเลียมสำรองของสหรัฐฯลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี กิจกรรมการกลั่นฟื้นตัวจากภัยพิบัติพายุแล้ว ส่วนวอลล์สตรีทพุ่งแรง จากถ้อยแถลงหลังเสร็จสิ้นการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ขณะที่ทองคำปรับขึ้นเล็กน้อย

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.67 ดอลลาร์ ปิดที่ 72.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.83 ดอลลาร์ ปิดที่ 76.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โรงกลั่นต่างๆในอ่าวเม็กซิโกกลับมาผลิตน้ำมันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังการกลั่นรายสัปดาห์ เพิ่มขึ้น 500,000 บาร์เรลต่อวัน ในสัปดาห์หลังสุด เป็น 10.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ(อีไอเอ)

นอกจากนี้แล้วในรายงานแยกกันที่เผยแพร่ในวันพุธ(22ก.ย.) สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯระบุด้วยว่าคลังน้ำมันดิบสำรองของอเมริกา ลดลงถึง 3.5 ล้านบาร์เรลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เหลือ 414 ล้านบาร์เรล ถือเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันพุธ(22ก.ย.) ปิดบวกแข็งแกร่ง นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อมั่นในถ้อยแถลงของเฟด ที่ส่งสัญญาณต่างๆนานา ในนั้นรวมถึงเปิดทางสำหรับการลดระดับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เร็วๆนี้

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 338.48 จุด (1.0 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 34,258.32 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 41.45 จุด (0.95 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 4,395.64 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 150.45 จุด (1.02 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 14,896.85 จุด

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

เฟดยังส่งสัญญาณปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในไม่ช้า จากปัจจุบันที่เฟดทำ QE อย่างน้อย 120,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน แบ่งเป็นซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯวงเงิน 80,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน และซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) ในวงเงิน 40,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

นอกจากนี้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดส่วนใหญ่ คาดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในปี 2022 ซึ่งเร็วขึ้น 1 ปี เมื่อเทียบกับการคาดการณ์เดิมในเดือนมิถุนายน โดยระบุจากเครื่องบ่งชี้ในภาพรวม พบว่าเศรษฐกิจเดินหน้าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนราคาทองคำในวันพุธ(22ก.ย.) ปิดบวกเล็กน้อย โดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 60 เซนต์ ปิดที่ 1,778.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนปรับลงในการซื้อขายทางอิเล็กทรอนิก หลังเฟดเผยแพร่ถ้อยแถลงการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน

 

แหล่งที่มา :  www.mgronline.com

ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ลดตัวเลขคาดการณ์อัตราเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียประจำปีนี้ โดยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่โควิดยังคงระบาดอย่างหนักในหลายประเทศนั้น ถูกหั่นตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวลงเหลือ 3.1% ขณะที่ของไทยเหลือ 0.8% ทั้งนี้รายงานฉบับล่าสุดนี้ยังเตือนว่า อัตราการฉีดวัคซีนต่ำ ยอดติดเชื้อใหม่พุ่ง และผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์อาจสร้าง “แผลเป็นเรื้อรัง” ให้กับเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้

ปัญหาการขาดแคลนวัคซีน ซึ่งเป็นตัวขัดขวางความพยายามในการฉีดวัคซีนของประเทศจำนวนมากภายในเอเชีย ทำท่าว่าอาจยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เนื่องจากขณะนี้มีหลักฐานชัดเจนมากขึ้นว่า ประสิทธิภาพในการต่อสู้กับโควิด-19 ของวัคซีนกำลังลดลง จนจำเป็นต้องมีการฉีดเข็มกระตุ้น รายงานทิศทางแนวโน้มเศรษฐกิจเอเชียฉบับอัปเดตล่าสุดซึ่งเผยแพร่ออกมาในวันพุธ (22 ก.ย.) ระบุ

ในรายงานฉบับนี้ เอดีบีปรับลดตัวเลขคาดการณ์อัตราเติบโตของประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียโดยรวมว่าจะอยู่ที่ 7.1% ในปีนี้ ขยับลงจาก 7.3% ที่คาดไว้ในรายงานเมื่อเดือนเมษายน ส่วนปีหน้าจะอยู่ที่ 5.4% เทียบกับตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 5.3% แถมสำทับว่า การฟื้นตัวยังคงเปราะบาง

โจเซฟ ซเวกลิตช์ รักษาการหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอดีบี ชี้ว่า การสนับสนุนธุรกิจและภาคครัวเรือนยังคงมีความสำคัญในการผลักดันการฟื้นตัว

รายงานฉบับนี้แจกแจงว่า อัตราการฉีดวัคซีนของประเทศต่างๆ ในเอเชียมีความเหลื่อมล้ำกันอย่างมาก แต่โดยรวมแล้วมีประชากรไม่ถึง 1 ใน 3 ที่ฉีดครบโดสแล้ว เปรียบเทียบกับกว่า 50% ในอเมริกา และเกือบ 60% ในสหภาพยุโรป

เอดีบีเตือนว่า ความล่าช้าในการฉีดวัคซีนประกอบกับการเกิดไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ๆ คือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดและอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจเอเชีย

“การสูญเสียรายได้เนื่องจากโควิด-19 อาจกลายเป็นแผลเป็นเรื้อรังและส่งผลต่อเศรษฐกิจในหลายมิติ” รายงานเอดีบีบอก พร้อมกับเตือนว่า การแก้ปัญหาความยากจนในประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย กำลังถอยหลังไปอย่างน้อย 2 ปี และการปิดโรงเรียนนานๆ อาจนำไปสู่การสูญเสียด้านการเรียนรู้และรายได้มากกว่าที่คิด

เกี่ยวกับแนวโน้มของการเติบโตขยายตัวทางเศรษฐกิจ รายงานระบุว่า แม้เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ได้รับการคาดหมายว่าจะยังคงขยายตัวต่อไปทั้งในปีนี้และปีหน้า แต่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกปีนี้ปรากฏว่าประสบกับความผิดเพี้ยน อันเนื่องมาจากการระบาดรุนแรงของสายพันธุ์เดลตาในหลายประเทศ โดยประเทศที่มีความคืบหน้าในการควบคุมโรคระบาดเป็นส่วนใหญ่ จะมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งมากกว่า

ตัวอย่างเช่นเอเชียตะวันออกที่มีอัตราการฉีดวัคซีนสูงสุดในภูมิภาค และรัฐบาลสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างรวดเร็วนั้น รายงานเอดีบีฉบับนี้คาดหมายว่า จะมีการเติบโต 7.6% ในปีนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.2%จากตัวเลขคาดการณ์เดิมเมื่อเดือนเมษายน

โดยเฉพาะจีน ที่ใช้นโยบาย “ความอดทนเป็นศูนย์” ต่อโควิดนั้น รายงานฉบับนี้คาดหมายว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวถึง 8.1% ในปีนี้ และ 5.5% ในปี 2022

ตรงข้ามกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รวมถึงอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ที่โควิดระบาดอย่างหนัก ซึ่งถูกคาดหมายว่า จะมีอัตราขยายตัวเพียง 3.1% ในปีนี้ เทียบกับตัวเลขคาดการณ์เมื่อเมษายนซึ่งอยู่ที่ 4.4%

สำหรับประเทศไทย รายงานล่าสุดของเอดีบี ลดคาดการณ์จีดีพีของไทยในปีนี้ลงมาที่ 0.8% จากที่เคยให้ไว้ 3% ส่วนปีหน้า ก็ลงมาที่ 3.9% จาก 4.5% โดยเหตุผลสำคัญคือโควิด-19 ที่แพร่ระบาดระลอกใหม่ในไทยเวลานี้ จะส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ได้เต็มที่ ถึงแม้การเติบโตของการส่งออกและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยจะส่งลดผลกระทบทางลบจากโควิด-19 ต่อการเติบโต้ก็ตาม

“การระบาดระลอกใหม่ รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความล่าช้าของแผนวัคซีนของประเทศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย” รายงานของเอดีบี ระบุ

เอดีบีสำทับว่า ความเสี่ยงทางการเงินในเอเชียดูเหมือนอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น แม้มีความกังวลกันว่า แนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้ของเอเวอร์แกรนด์ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่สุดในแดนมังกร อาจลุกลามไปยังตลาดการเงินโลกก็ตาม

อับดุล อาบิแอด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของเอดีบี ชี้ว่า สถานการณ์ของเอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ปที่มีปัญหาในการหาเงินมาชำระหนี้มูลค่านับหมื่นล้านดอลลาร์นั้น จำเป็นต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี เขาสำทับว่า ธนาคารจีนมีทุนสำรองมหาศาล อีกทั้งมีแนวโน้มว่า ปักกิ่งจะเข้าแทรกแซงเพื่อป้องกันหากเอเวอร์แกรนด์ผิดนัดชำระหนี้

 

แหล่งที่มา :  www.mgronline.com

การคาดการณ์เศรษฐกิจของคณะกรรมการนโยบายธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 01.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

ไม่มีเนื้อหาข่าว

 

 

 

แถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ

เวลา(GMT+7): 01.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

รายงานการแถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน'แห่งธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Open Market Committee) (FOMC) เป็นเครื่องมือเบื้องต้นที่คณะกรรมการได้ใช้เพื่อสื่อสารกับนักลงทุนเกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยในแถลงการณ์นี้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับผลของการลงคะแนนเสียงสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ย อภิปรายถึงภาพรวมเศรษฐกิจและแสดงนัยถึงผลลัพธ์ของการลงคะแนนเสียงในอนาคต

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในขณะที่นโยบายควบคุมอัตราเงินเฟ้อถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 01.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินแห่งสหรัฐ (FOMC) ได้ลงคะแนนเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ย นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดค่าเงินตรา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของสหรัฐ

เวลา(GMT+7): 01.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

ไม่มีเนื้อหาข่าว

 

 

 

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของสหราชอาณาจักร (Composite PMI)

เวลา(GMT+7): 15.30

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Markit Economics

ดัชนี PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ) ที่เป็นดัชนีผสมนี้จะวัดค่ากิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในทั้งสองภาคธุรกิจ ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 จะบ่งชี้ถึงการขยายตัว ในขณะที่ค่าตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 จะบ่งชี้ถึงการหดตัว ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์

 

 

 

ดัชนี PMI ภาคการผลิต สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7): 15.30

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Markit/CIPS

รายงานดัชนี'ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิต(Manufacturing Purchasing Manager Index (PMI)) จะเป็นตัวชี้วัดในระดับกิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคอุตสาหกรรมการการผลิต ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 ชี้แสดงว่ามีการขยายตัวในขณะที่ค่าตัวเลยที่ต่ำกว่า 50 จะชี้ถึงการหดตัว นักเก็งกำไรจะติดตามรายงานการสำรวจนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยหน้าที่การทำงานแล้วนั้นจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลการประกอบกิจการของบริษัทได้ก่อนซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญต่อผลการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

 

 

ดัชนี PMI ภาคการบริการ สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7): 15.30

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: The Chartered Institute of Purchasing & Supply and the NTC Economics

รายงาน'ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (Services Purchasing Manager Index (PMI) จะชี้แสดงถึงระดับกิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิต ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 จะบ่งชี้ถึงการขยายตัวในขณะที่ค่าตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 จะบ่งชี้ถึงการหดตัว นักเก็งกำไรจะติดตามรายงานการสำรวจนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยหน้าที่การทำงานแล้วนั้นจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลการประกอบกิจการของบริษัทได้ก่อนซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญต่อผลการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

 

 

การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7): 18.00

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Bank of England

สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางแห่งประเทศอังกฤษ (BOE) ได้ลงคะแนนเสียงเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ย นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดค่าเงินตรา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

 

 

รายงานการประชุมของคณะกรรการนโยบายการเงิน (MPC) สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7): 18.00

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Bank of England

รายงานการประชุมนโยบายทางการเงิน (Monetary Policy Meeting Minutes) 'ของธนาคารกลางแห่งประเทศอังกฤษจะเป็นรายงานที่แสดงข้อมูลแบบเจาะลึกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจด้านการกำหนดอัตราดอกเบี้ย ความล้มเหลว' ของการลงคะแนนในประเด็นของอัตราดอกเบี้ยนั้นเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของรายงานการประชุมนี้

 

 

 

จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 19.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Department of Labor

รายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) จะวัดค่าจำนวนของผู้ที่ยื่นคำร้องเพื่อขอรับการประกันการว่างงานเป็นครั้งแรกในระหว่างช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรายงานนี้เป็นข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศล่วงหน้ามากที่สุดแต่ผลกระทบต่อตลาดนั้นหลากหลายแล้วแต่สัปดาห์นั้นๆ

ค่าที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถือว่าเป็นลักษณะ เชิงลบ/ตลาดหมี สำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิง สำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

ดัชนีดัชนียอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) แคนาดา

เวลา(GMT+7): 19.30

สกุลเงิน: CAD
ประเทศ: Canada
แหล่งที่มา: Statistics Canada

รายงานยอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าทั้งหมดของยอดขายที่ได้ปรับชดเชยอัตราเงินเฟ้อแล้วในธุรกิจการขายปลีกในแคนาดาโดยไม่รวมยอดขายรถยนต์ ถือเป็นดัชนีที่สำคัญของการใช้จ่ายของผู้บริโภคและยังถือว่าเป็นดัชนีหลักตัวหนึ่งสำหรับระบบเศรษฐกิจแคนาดา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดาขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com/

ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์อินเวสต์ติง ดอท คอม เมื่อเวลา 06.12 น.ของวันนี้ (22 ก.ย.)ปรับตัวร่วงลง 6.06% เคลื่อนไหวที่ 40,703.5 ดอลลาร์

 

แหล่งที่มา :  www.bangkokbiznews.com

Page 1 of 114

บทความล่าสุด

คำเตือนความเสี่ยง

การเทรด Forex หรือตราสารอนุพันธ์อื่นๆนั้นมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าทำกำไรและวางเป้าหมายที่เข้ามาในตลาดนี้ ต้องประเมิณความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้ เนื่องจากความสูญเสียนั้นอาจทำให้สูญเสียเงินทั้งหมดได้ นักลงทุนโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดอย่างลึกซึ้งแล้วหรือยัง และมีการจัดการความเสี่ยงของการลงทุนรูปแบบนี้อย่างมืออาชีพก่อนลงทุน

เว็บไซต์แนะนำ

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์

Today 195

Yesterday 174

Week 1075

Month 3759

All 593979