Thai Stop Loss

Thai Stop Loss

ราคาน้ำมันขยับลงเกือบ 2 ดอลลาร์ในวันพุธ (29 มิ.ย.) จากข้อมูลคลังปิโตรเลียมสำรองของสหรัฐฯ ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสาน นักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ขณะที่ทองคำปรับลด

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.98 ดอลลาร์ ปิดที่ 109.78 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.72 ดอลลาร์ ปิดที่ 116.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานแห่งสหรัฐฯ (เอไอเอ) เผยแพร่รายงานในวันพุธ (29 มิ.ย.) ระบุคลังน้ำมันดิบสำรองของประเทศลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว แม้กำลังผลิตแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 ระหว่างการแพร่ระบาดระลอกแรกของโรคระบาดใหญ่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ตลาดน้ำมันถูกฉุดจากข้อมูลที่ระบุว่าคลังน้ำมันเบนซิน และสต๊อกน้ำมันกลั่น ซึ่งประกอบด้วยดีเซลและน้ำมันทำความร้อน เพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาดใจในสัปดาห์ที่แล้ว

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันพุธ (29 มิ.ย.) ปิดในกรอบแคบๆ ตามแนวโน้มขาลงตลอดทั้งเดือน ในขณะที่วอลล์สตรีทส่อทุบสถิติมีผลงานช่วงครึ่งปีแรกของปี 2022 เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอเมริกาสมัยแรกของ ริชาร์ด นิกสัน

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 82.32 จุด (0.27 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 31,029.31 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 2.72 จุด (0.07 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,818.83 จุด แนสแดค ลดลง 3.65 จุด (0.03 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 11,177.89 จุด

วอลล์สตรีทแกว่งตัวระหว่างแดนลบกับแดนบวกเกือบตลอดทั้งวัน ก่อนปิดในกรอบแคบๆ "ตลาดกำลังพยายามหาทิศทาง" เมแกน ฮอร์ทแมน ซีอีโอของบริษัทที่ปรึกษา เวอร์แดนซ์ แคปิตอล ในแมรีแลนด์ กล่าว "เรามีข้อมูลที่น่าผิดหวัง และตลาดกำลังขอรายงานผลประกอบการบริษัทต่างๆ เมื่อนั้นเราจะได้ภาพที่ชัดเจนขึ้นในแง่ของผลประกอบการในอนาคตและภาวะเศรษฐกิจถดถอย"

ส่วนราคาทองคำในวันพุธ (29 มิ.ย.) ปิดลบแตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้นโดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 3.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,817.50s ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

แหล่งที่มา :  www.mgronline.com

การคาดการณ์เศรษฐกิจของคณะกรรมการนโยบายธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 01.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

ไม่มีเนื้อหาข่าว

 

 

 

แถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ

เวลา(GMT+7) : 01.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

รายงานการแถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน'แห่งธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Open Market Committee) (FOMC) เป็นเครื่องมือเบื้องต้นที่คณะกรรมการได้ใช้เพื่อสื่อสารกับนักลงทุนเกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยในแถลงการณ์นี้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับผลของการลงคะแนนเสียงสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ย อภิปรายถึงภาพรวมเศรษฐกิจและแสดงนัยถึงผลลัพธ์ของการลงคะแนนเสียงในอนาคต

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในขณะที่นโยบายควบคุมอัตราเงินเฟ้อถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 01.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินแห่งสหรัฐ (FOMC) ได้ลงคะแนนเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ย นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดค่าเงินตรา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของสหรัฐ

เวลา(GMT+7) : 01.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

ไม่มีเนื้อหาข่าว

 

 

 

ดัชนีจีดีพี (GDP) นิวซีแลนด์

เวลา(GMT+7) : 05.45

สกุลเงิน: NZD
ประเทศ: New Zealand
แหล่งที่มา: Statistics New Zealand

รายงานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product (GDP)) จะวัดการเปลี่ยนแปลงที่คิดคำนวณในรอบหนึ่งปีในมูลค่าของสินค้าและบริการทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจที่เป็นมูลค่าที่ได้ปรับชดเชยอัตราเงินเฟ้อแล้ว เป็นการวัดค่ากิจกรรมแบบกว้างๆ และเป็นตัวชี้วัดพื้นฐานที่จะทราบถึงภาวะ'เศรษฐกิจ

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์

 

 

 

การเปลี่ยนแปลงในการจ้างงาน (Employment Change) ออสเตรเลีย

เวลา(GMT+7) : 08.30

สกุลเงิน: AUD
ประเทศ: Australia
แหล่งที่มา: Australian Bureau of Statistics

รายงานการเปลี่ยนแปลงด้านการจ้างงาน (Employment Change) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในจำนวนของผู้ที่มีงานทำ การสร้างงานนั้นเป็นดัชนีที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย

 

 

 

การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7) : 18.00

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdoms
แหล่งที่มา: Bank of England

สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางแห่งประเทศอังกฤษ (BOE) ได้ลงคะแนนเสียงเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ย นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดค่าเงินตรา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

 

 

รายงานการประชุมของคณะกรรการนโยบายการเงิน (MPC) สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7) : 18.00

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdoms
แหล่งที่มา: Bank of England

รายงานการประชุมนโยบายทางการเงิน (Monetary Policy Meeting Minutes) 'ของธนาคารกลางแห่งประเทศอังกฤษจะเป็นรายงานที่แสดงข้อมูลแบบเจาะลึกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจด้านการกำหนดอัตราดอกเบี้ย ความล้มเหลว' ของการลงคะแนนในประเด็นของอัตราดอกเบี้ยนั้นเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของรายงานการประชุมนี้

 

 

 

รายงานจำนวนใบอนุญาตก่อสร้าง สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 19.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Census Bureau

ใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน (Building Permits) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในจำนวนของใบอนุญาตก่อสร้างใหม่ๆ ที่รัฐบาลได้ออกให้ หนังสืออนุญาตก่อสร้างบ้านนี้เป็นดัชนีสำคัญที่แสดงถึงอุปสงค์ในตลาดการเคหะ

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 19.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Department of Labor

รายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) จะวัดค่าจำนวนของผู้ที่ยื่นคำร้องเพื่อขอรับการประกันการว่างงานเป็นครั้งแรกในระหว่างช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรายงานนี้เป็นข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศล่วงหน้ามากที่สุดแต่ผลกระทบต่อตลาดนั้นหลากหลายแล้วแต่สัปดาห์นั้นๆ

ค่าที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถือว่าเป็นลักษณะ เชิงลบ/ตลาดหมี สำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิง สำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

ดัชนีภาคการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 19.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve Bank of Philadelphia

รายงานดัชนีการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia Federal Reserve Manufacturing Index) จะจัดอัดดับระดับของภาวะทางเศรษฐกิจโดยทั่วไปในรัฐฟิลาเดลเฟีย โดยระดับที่มีค่าค่าดัชนีเกินค่าศูนย์จะบ่งชี้ถึงภาวะที่ปรับตัวดีขึ้นในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าศูนย์จะบ่งชี้ถึงภาวะที่เสื่อมถอย ข้อมูลนี้ได้รวบรวมจากการสำรวจผู้ผลิตประมาณ 250 รายในรัฐฟิลาเดลเฟีย

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com

ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน

เวลา(GMT+7) : 09.00

สกุลเงิน: CNY
ประเทศ: China
แหล่งที่มา: National Bureau of Statistics of China

รายงานการผลิตในภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าผลิตผลที่ผู้ผลิต เหมืองแร่ และ บริการสาธารณะได้สร้างผลิตผลขึ้นซึ่งมูลค่านี้ได้ปรับชดเชยอัตราเงินเฟ้อแล้ว

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินหยวนจีนในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินหยวนจีน

 

 

 

ดัชนียอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 19.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Census Bureau

รายงานยอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าทั้งหมดของยอดขายในธุรกิจการขายปลีกในสหรัฐอเมริกาโดยไม่รวมยอดขายรถยนต์ ถือเป็นดัชนีที่สำคัญของการใช้จ่ายของผู้บริโภคและยังถือว่าเป็นดัชนีหลักตัวหนึ่งสำหรับระบบเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

ดัชนียอดขายปลีก สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 19.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Census Bureau

รายงานยอดขายปลีก (Retail Sales) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายอดขายทั้งหมดในระดับการค้าปลีก ซึ่งเป็นดัชนีที่สำคัญมากที่สุดที่บ่งชี้ถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 21.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Energy Information Administration

รายงานคลังสินค้าน้ำมันดิบ (Crude Oil Inventories) จาก'องค์กรข้อมูลด้านพลังงาน (The Energy Information Administration)(EIA) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงแบบรายสัปดาห์ในการเปลี่ยนแปลงในจำนวนบาร์เรลของน้ำมันดิบเชิงพานิชที่บริษัทต่างๆ ของสหรัฐมีอยู่ ระดับของคลังสินค้าจะมีอิทธิพลต่อราคาของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อ

 

 

 

คำกล่าวของ ลาการ์ด (Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป

เวลา(GMT+7) : 23.20

สกุลเงิน: EUR
ประเทศ: Europe
แหล่งที่มา: European Central Bank

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) (ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2019 – ตุลาคม 2027) ยอมรับว่า ในฐานะประธานของธนาคารกลางยุโรปซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นดังนี้เธอมีอิทธิพลสำคัญต่อมูลค่าของสกุลเงินยูโร นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเธออย่างใกล้ชิดเนื่องจากคำพูดเหล่านี้อาจเป็นการพูดเป็นนัยที่เกี่ยวกับนโยบายทางการเงินในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ย การพูดแสดงความคิดเห็นของเธออาจทำให้เกิดแนวโน้มระยะสั้นๆ เชิงบวกหรือเชิงลบได้

 

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com

โฆษกธนาคารกลางยุโรป เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารจะมีการประชุมเฉพาะกิจในวันนี้ เพื่อหารือถึงสภาวะตลาดในปัจจุบัน

มีรายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปปิดในวันอังคาร (14 มิ.ย.) ปรับตัวลงเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในสหรัฐ และแนวโน้มที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปยังถูกกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในยูโรโซนต่อเนื่องเป็นเดือนที่7 ทะยานไปถึง 8.1% , ภาวะการเงินตึงตัว และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

 

แหล่งที่มา :  www.bangkokbiznews.com

น้ำมันขยับลงในวันอังคาร (14 มิ.ย.) ท่ามกลางความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะสร้างความประหลาดใจแก่ตลาดด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดหมาย ปัจจัยนี้ฉุดวอลล์สตรีทปิดลบและทองคำปรับลดแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 2 ดอลลาร์ ปิดที่ 118.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 121.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันถูกกดดันจากรายงานข่าวที่ระบุว่า รอน วีเดน ประธานคณะกรรมาธิการด้านการเงินของวุฒิสภา มีแผนเสนอกฎหมายเรียกเก็บภาษีเพิ่มในส่วนของกำไรส่วนเกินของบรรดาบริษัทน้ำมันทั้งหลาย ผู้ช่วยรายหนึ่งเปิดเผยกับรอยเตอร์

ผู้ช่วยรายนี้ระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 21% ต่อผลกำไรส่วนเกินของบริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่มีรายได้รายปีมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป

ขณะเดียวกัน พวกนักวิเคราะห์คาดหมายว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในที่ประชุมที่เสร็จสิ้นในวันพุธ (15 มิ.ย.) แต่หลังจากข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อยู่ในระดับสูงอย่างน่าประหลาดใจในเดือนพฤษภาคม จึงประมาณการใหม่ว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากถึง 0.75%

ความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงเกินความคาดหมาย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ฉุดให้ตลาดหุ้นอเมริกาในวันอังคาร (14 มิ.ย.) ปิดลบต่อเนื่องจากหนึ่งวันก่อนหน้านี้

ดาวโจนส์ ลดลง 151.91 จุด (0.50 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 30,364.83 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 14.15 จุด (0.38 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,735.48 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 19.12 จุด (0.18 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 10,828.35 จุด

บรรดานักวิเคราะห์คาดหมายกันเป็นส่วนใหญ่ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% อย่างไรก็ตาม มุมมองเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับขึ้น 0.75% เริ่มมีมากขึ้น หลังดัชนีราคาผู้บริโภคอยู่ในระดับสูงเกินคาดหมาย

โดยรายงานข่าวของสำนักข่าววอลล์สตรีท เจอร์นัล เมื่อวันจันทร์ (13 มิ.ย) และจากการประมาณการของสถาบันการเงินหลายแห่ง ในนั้นรวมถึงเจพี มอร์แกน และโกลแมน แซคส์ ส่งสัญญาณว่าเริ่มมีความเชื่อว่าโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.75% นั้นมีความเป็นไปได้

ส่วนราคาทองคำในวันอังคาร (14 มิ.ย.) ปิดลบแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ในขณะที่นักลงทุนเตรียมพร้อมรับมือกับการตัดสินใจของเฟด โดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 18.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,813.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

แหล่งที่มา :  www.mgronline.com

ข้อมูลของ Coinmarketcap.com ซึ่งรวบรวมราคาสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 1,000 สกุลจากตลาดซื้อขายทั่วโลก พบว่า มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัล ทั้งหมดดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์วานนี้ (13 มิ.ย.) ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.พ.2564

ก่อนหน้านี้ มูลค่าตลาดของสกุลเงินดิจิทัลพุ่งแตะระดับ 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ย.2564 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

บิตคอยน์ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 24,000 ดอลลาร์แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2563 ใกล้หลุด 800,000 บาทเมื่อวันจันทร์ (13 มิ.ย.) หลังสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ที่สูงเกินคาด ซึ่งอาจทำให้เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ (14-15 มิ.ย.) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ

นักลงทุนกังวลว่าการที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและปรับลดขนาดงบดุลจะฉุดสภาพคล่องในตลาด และส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐเผชิญภาวะถดถอย หลังจากที่หดตัว 1.4% ในไตรมาสแรกของปีนี้ (Q1/65)

นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังได้รับผลกระทบจากการที่เซลเซียส เน็ตเวิร์กส์ (Celsius Networks) ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มปล่อยกู้คริปโตเคอร์เรนซีใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศระงับการให้บริการด้านการถอน การแลกเปลี่ยน และการโอนระหว่างบัญชีทั้งหมดเป็นชั่วคราว เนื่องจากตลาดประสบความผันผวนอย่างหนัก

 

แหล่งที่มา :  www.bangkokbiznews.com

เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศแรกในโลกที่อนุมัติให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในเดือนก.ย.ปีที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับดอลลาร์สหรัฐ แม้เผชิญกระแสทัดทานจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่าง ๆ ก็ตาม

"เมื่อพวกเขาเตือนว่า เอลซัลวาดอร์จะเผชิญความเสี่ยงทางการคลังอย่างสูงเพราะบิตคอยน์ สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือยิ้ม ความเสี่ยงทางการคลังมีเพียงเล็กน้อย" นายเซลายากล่าวในวันจันทร์ (13 มิ.ย.)

นับตั้งแต่เดือนก.ย.ที่ผ่านมา รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ซื้อบิตคอยน์ทั้งสิ้น 2,301 เหรียญ ซึ่งมูลค่าลดลงแตะระดับสุดนับตั้งแต่ปี 2563 ในวันจันทร์

นายเซลายาอ้างอิงการประมาณการก่อนหน้านี้จากดอยช์ เวเลย์ว่า มูลค่าบิตคอยน์ของเอลซัลวาดอร์ได้ลดลงประมาณ 40 ล้านดอลลาร์

เขาระบุว่า "40 ล้านดอลลาร์คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 0.5% ของงบประมาณโดยรวมของชาติเราด้วยซ้ำ"

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มูลค่าบิตคอยน์ลดลงประมาณ 50% แล้ว นับตั้งแต่เอลซัลวาดอร์อนุมัติให้บิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย

 

แหล่งที่มา :  www.bangkokbiznews.com

ราคาน้ำมันขยับขึ้นในวันจันทร์ (13 มิ.ย.) จากความกังวลอุปทานโลกตึงตัว ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบ ท่ามกลางความวิตกว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอาจผลักเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดิ่งสู่ภาวะถดถอย ในขณะที่ทองคำดิ่งแรง แตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ ปิดที่ 120.93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ ปิดที่ 122.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ตลาดน้ำมันตึงตัว ในขณะที่โอเปกและพันธมิตรไม่สามารถทำตามคำสัญญาเพิ่มกำลังผลิต สืบเนื่องจากหลายชาติผู้ผลิตไม่เหลือศักยภาพทำเช่นนั้น นอกจากนี้ มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียและสถานการณ์ความไม่สงบในลิเบีย ก็บั่นทอนอุปทานพลังงานเช่นกัน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันจันทร์ (13 มิ.ย.) ปิดลบหนัก ด้วยเอแอนด์พี 500 ยืนยันตลาดขาลง เน้นย้ำความกังวลว่าการปรับดอกเบี้ยเชิงรุกของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตามที่คาดหมายไว้ อาจผลักเศรษฐกิจของอเมริกาดิ่งสู่ภาวะถดถอย

ดาวโจนส์ ลดลง 876.05 จุด (2.79 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 30,516.74 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 151.23 จุด (3.88 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,749.63 จุด แนสแดค ลดลง 530.80 จุด (4.68 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 10,809.23 จุด

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันต่างๆ นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2022 โดยเฉพาะเงินเฟ้อที่พุ่งทะยาน ในนั้นรวมถึงราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นอย่างมาก ผลกระทบบางส่วนจากสงครามในยูเครน ผลักให้เฟดอยู่บนเส้นทางที่จะดำเนินการแข็งกร้าวกระชับนโยบายทางการเงิน เช่น การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรุนแรง

เฟดมีกำหนดแถลงเกี่ยวกับนโยบายครั้งต่อไปในวันพุธ (15 มิ.ย.) และนักลงทุนจะพิจารณาทบทวนร่องรอยใดๆ เพื่อหาข้อสรุปว่าธนาคารกลางแห่งนี้มีความตั้งใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกแค่ไหน

ด้านราคาทองคำในวันจันทร์ (13 มิ.ย.) ร่วงลงหนัก แตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ หลังดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 43.70 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,831.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

แหล่งที่มา :  www.mgronline.com

ดัชนีรายได้เฉลี่ย + โบนัส สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7) : 13.00

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Office for National Statistics

รายงานดัชนีรายได้เฉลี่ย (Average Earnings Index) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงค่าจ้างที่กิจการธุรกิจและรัฐบาลจ่ายให้กับแรงงานซึ่งรวมถึงโบนัส ตัวเลขรายได้เฉลี่ยนี้จะทำให้เราได้ทราบเกี่ยวกับการเติบโตของรายได้ส่วนบุคคลในระหว่างช่วงเดือนที่นั้น

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

 

 

การเปลี่ยนแปลงในจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการ สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7) : 13.00

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Office for National Statistics

รายงานจำนวนคนว่างงานที่ใช้สิทธิประโยชน์จากการว่างงาน (Claimant Count Change) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในจำนวนของผู้ว่างงานในสหราชอาณาจักรในระหว่างช่วงเดือนที่รายงานไว้ แนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นจะชี้แสดงถึงความอ่อนแอในตลาดแรงงานซึ่งมีผลไหลหยดต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

 

 

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 19.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: U.S Bureau of Labor Statistics - Department of Labor

รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (Producer Price Index) (PPI) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในราคาของสินค้าที่ผู้ผลิตได้จำหน่าย ซึ่งเป็นดัชนีที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อของราคาผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นส่วนหลักของภาวะเงินเฟ้อโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com

รายงานจากศูนย์เพื่อการวิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (CREA) หน่วยงานอิสระในฟินแลนด์ ระบุว่า ช่วง 100 วันแรกของสงครามในยูเครน การส่งออกพลังงานฟอสซิลของรัสเซีย 61% ส่งไปให้ยุโรป มูลค่าราว 5.7 พันล้านยูโร ประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่คือจีน 1.26 หมื่นล้านยูโร เยอรมนี 1.21 หมื่นล้านยูโร และอิตาลี 7.8 พันล้านยูโร

รายได้จากพลังงานฟอสซิลของรัสเซีย มาจากการขายน้ำมันดิบมากที่สุด มูลค่า 4.6 หมื่นล้านยูโร ตามด้วยก๊าซที่ส่งทางท่อ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และถ่านหิน

รายงานฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากยูเครนเรียกร้องให้ชาติตะวันตกตัดการค้าทั้งหมดกับรัสเซีย เพื่อตัดเส้นทางการเงินของรัฐบาลเครมลิน ไม่กี่วันก่อนอียูเห็นชอบยกเลิกนำเข้าน้ำมันรัสเซียส่วนใหญ่ ที่ภูมิภาคยุโรปต้องพึ่งพาเป็นสำคัญ แม้อียูตั้งเป้าลดการนำเข้าก๊าซรัสเซียลงสองในสามในปีนี้ แต่การไม่ซื้อทั้งหมดยังเป็นไปไม่ได้

แม้การส่งออกรัสเซียจะลดลงมากในเดือน พ.ค. เนื่องจากหลายประเทศและหลายบริษัทยุติการซื้อน้ำมันยูเครนผลจากการรุกรานยูเครน แต่ราคาพลังงานฟอสซิลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลกช่วยเปิดโอกาสให้รัสเซียจนรายได้จากการส่งออกทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

CREA ระบุว่า ราคาส่งออกเฉลี่ยของรัสเซียสูงกว่าปีก่อนราว 60% หลายประเทศที่ซื้อน้ำมันรัสเซียเพิ่ม เช่น จีน อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฝรั่งเศส

ลอรี มิลลิเวอร์ตา นักวิเคราะห์จาก CREA ระบุ “ขณะที่อียูกำลังพิจารณาคว่ำบาตรรัสเซียรุนแรงขึ้น ฝรั่งเศสกลับเพิ่มการนำเข้าจนกลายเป็นผู้ซื้อแอลเอ็นจีรายใหญ่สุดของโลกแล้ว” และเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการซื้อระยะสั้นมากกว่าระยะยาว

ฝรั่งเศสตัดสินใจอย่างระมัดระวังในการใช้พลังงานรัสเซียหลังรัฐบาลมอสโกรุกรานยูเครน นักวิเคราะห์รายนี้เรียกร้องให้คว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย “ตามที่พูดไว้”

 

 

แหล่งที่มา :  www.bangkokbiznews.com

Page 1 of 165

บทความล่าสุด

คำเตือนความเสี่ยง

การเทรด Forex หรือตราสารอนุพันธ์อื่นๆนั้นมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าทำกำไรและวางเป้าหมายที่เข้ามาในตลาดนี้ ต้องประเมิณความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้ เนื่องจากความสูญเสียนั้นอาจทำให้สูญเสียเงินทั้งหมดได้ นักลงทุนโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดอย่างลึกซึ้งแล้วหรือยัง และมีการจัดการความเสี่ยงของการลงทุนรูปแบบนี้อย่างมืออาชีพก่อนลงทุน

เว็บไซต์แนะนำ

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์

Today 80

Yesterday 273

Week 986

Month 589

All 632464