พายุจ่ออ่าวเม็กซิโกหนุนราคาน้ำมันพุ่ง 1.45 ดอลล์ ขณะบริษัทน้ำมันเชฟรอนอพยพแรงงานออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันอังคาร(6ต.ค.)ปรับตัวขึ้น 1.45 ดอลลาร์ หลังจากบริษัทพลังงานต่างๆต้องปิดแท่นขุดเจาะน้้ำมันนอกชายฝั่ง เนื่องจากพายุเดลต้าทวีความรุนแรงเป็นเฮอร์ริเคนระดับ 2 และอยู่บนเส้นทางที่จะคืบคลานเข้าหาอ่าวเม็กซิโกในวันพฤหัสบดี(8ต.ค.)นี้

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 1.45 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 40.67 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.36 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 42.65 ดอลลาร์/บาร์เรล

ด้านบริษัทเชฟรอนได้เริ่มอพยพพนักงานออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมันในอ่าวเม็กซิโก ก่อนการพัดถล่มของพายุเฮอร์ริเคนเดลต้าในวันพฤหัสบดีนี้

นอกจากนี้ มีการคาดการณ์กันว่าการประท้วงของพนักงานในบริษัทอีควินอร์( Equinor) จะส่งผลให้การผลิตน้ำมันของนอร์เวย์ลดลง 330,000 บาร์เรล/วัน หรือราว 8% ของการผลิตน้ำมันทั้งหมด

ราคาน้ำมันทะยาน 2.17 ดอลลาร์ จาก3ปัจจัยหนุน ข่าว“ทรัมป์”อาการดีขึ้น การเจรจาเพื่อออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีความคืบหน้าและการผละงานประท้วงของพนักงานในบริษัทผลิตน้ำมันรายใหญ่ของนอร์เวย์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 2.17 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 39.22 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 2.02 ดอลลาร์ ปิดที่ 41.29 ดอลลาร์/บาร์เรล

นายมาร์ก มีโดวส์ หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และคณะแพทย์จะทำการหารือกันในวันนี้ เพื่อพิจารณาว่าปธน.ทรัมป์จะสามารถออกจากโรงพยาบาลในวันนี้ได้หรือไม่ หลังจากเข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโควิด-19

“ท่านประธานาธิบดีมีอาการดีขึ้น และเราจะทำการตัดสินใจว่าท่านจะออกจากโรงพยาบาลในวันนี้ได้หรือไม่” นายมีโดวส์กล่าว

อย่างไรก็ดี แม้ว่าปธน.ทรัมป์สามารถออกจากโรงพยาบาลในวันนี้ แต่เขาจะยังคงถูกกักตัวภายในทำเนียบขาวเพื่อเฝ้าดูอาการต่อไป

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์เข้ารับการรักษาตัวที่ศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีด ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่มีผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นบวก ซึ่งสร้างความวิตกกังวลเป็นวงกว้าง เนื่องจากเหลือเวลาอีกเพียง 1 เดือนก็จะถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย.

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และการผละงานประท้วงของพนักงานในบริษัทอีควินอร์( Equinor) ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันของนอร์เวย์

นายมีโดวส์ หัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า มีแนวโน้มสูงที่ทำเนียบขาวจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสภาคองเกรสเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ขณะที่ปธน.ทรัมป์มุ่งมั่นที่จะผลักดันให้มีข้อตกลงดังกล่าว

นายมีโดวส์ กล่าวว่า ในช่วงที่ปธน.ทรัมป์เข้ารับการรักษาอาการป่วยจากโควิด-19 ที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันศุกร์ เขาก็ได้ทำการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ราคาทองฟิวเจอร์ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(1ต.ค.)พุ่ง 20.80 ดอลลาร์ ทะลุ 1,900 ขานรับความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่และการอ่อนค่าของดอลลาร์ ซึ่งจะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง โดยทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลง

สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนธ.ค. ดีดตัวขึ้น 20.80 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 1,916.30 ดอลลาร์/ออนซ์

นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่ราคาทองพุ่งทะลุแนวต้าน 1,900 ดอลลาร์ จะช่วยหนุนให้ราคาดีดตัวขึ้นต่อไป

นักลงทุนยังคงจับตาความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ว่านายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการเจรจาเมื่อวานนี้ แต่ทั้งสองฝ่ายระบุว่าการเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งนักลงทุนมองว่าถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงว่าทั้งสองฝ่ายยังมีโอกาสบรรลุข้อตกลง

ทั้งนี้ พรรคเดโมแครตเสนอมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ในขณะที่พรรครีพับลิกันเสนอในวงเงิน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ การที่สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ไอเอสเอ็ม) เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตของสหรัฐปรับตัวต่ำกว่าคาดในเดือนก.ย. ก็ได้ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพฤหัสบดี(1ต.ค.) 1.50 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับเพิ่มกำลังการผลิต

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 1.50 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 38.72 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 1.37 ดอลลาร์ ปิดที่ราคา 40.93 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทั้งนี้ Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกมีจำนวนมากกว่า 34 ล้านราย เสียชีวิตกว่า 1 ล้านราย ขณะที่สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อสูงสุดในโลก โดยมีจำนวนมากกว่า 7 ล้านราย และมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 2 แสนราย ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดในโลกเช่นกัน

ขณะที่โอเปกเพิ่มกำลังการผลิต 160,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนส.ค. โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มการผลิตของลิเบียและอิหร่าน

อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันได้รับแรงหนุนจากความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสภาคองเกรสและทำเนียบขาวในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดสหรัฐ ปิดตลาดวันอังคาร(22ก.ย.)ปรับตัวขึ้นหลังพายุล่าสุดในอ่าวเม็กซิโกอ่อนกำลังลง แต่ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในตลาดหลักๆ ที่อาจทำให้เกิดการล็อกดาวน์รอบใหม่และบั่นทอนอุปสงค์ในตลาดน้ำมันโลก

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 29 เซนต์ ปิดที่ 39.60 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 27 เซนต์ ปิดที่ 41.71 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดน้ำมันเคลื่อนไหวในแดนบวก เมื่อบรรดาโรงกลั่นในเทกซัสยังคงเดินเครื่องได้ตามปกติ หลังพายุโซนร้อนเบต้าอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ แม้พายุลูกนี้อาจทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก บรรเทาความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์น้ำมันดิบของโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐในหมู่นักลงทุนลงไปได้ แม้ตลาดยังมีความกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ที่อาจทำให้เกิดการล็อกดาวน์รอบใหม่และบั่นทอนอุปสงค์น้ำมันดิบในตลาดโลก

ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) จัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันนี้ โดยบีโออี มีมติเป็นเอกฉันท์ 9-0 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.10% ขณะส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ หากมีความจำเป็น

นอกจากนี้ บีโออี ยังประกาศคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ที่ระดับ 7.45 แสนล้านปอนด์ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า บีโออี มีแนวโน้มเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรในการประชุมนโยบายการเงินเดือนพ.ย. ขณะเดียวกัน บีโออี ระบุว่าเศรษฐกิจอังกฤษสามารถปรับตัวได้ดีกว่าที่คาดไว้ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

บีโออี ระบุว่า ทางธนาคารกลางพร้อมที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากวิกฤตโควิด-19 รวมทั้งการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (เบร็กซิท)

ทั้งนี้ บีโออี เปิดเผยว่า ทางธนาคารกลางได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบอย่างมีประสิทธิภาพ หากแนวโน้มเงินเฟ้อและการผลิตบ่งชี้ว่ามีความจำเป็นที่บีโออี ต้องใช้นโยบายดังกล่าว ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำในขณะนี้

ขณะที่เงินปอนด์ร่วงลงเทียบดอลลาร์และยูโร หลังจากบีโออีส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ หากมีความจำเป็น

เมื่อเวลา 19.27 น.ตามเวลาไทย ปอนด์ดิ่งลง 0.66% สู่ระดับ 1.288 ดอลลาร์ และร่วงลง 0.58% สู่ระดับ 0.916 เทียบยูโร

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (17ก.ย.)พุ่งขึ้น 2% ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันนี้

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนต.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 81 เซนต์ หรือ 2% ปิดที่ราคา 40.97 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ปรับตัวขึ้น 2.3% ปิดที่ราคา 43.21 ดอลลาร์/บาร์เรล

นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค รัฐมนตรีพลังงานรัสเซีย กล่าวเปิดการประชุมออนไลน์ของคณะกรรมการสังเกตการณ์ตลาดของโอเปกพลัสในวันนี้ โดยเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตอย่างเคร่งครัด ทั้งยังกล่าวว่า คณะกรรมการควรหารือกันเกี่ยวกับผลกระทบที่ตลาดน้ำมันได้รับจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ระบุว่า การประชุมของกลุ่มโอเปกพลัสจะเน้นการกำชับให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต มากกว่าที่จะมีการพิจารณาปรับลดกำลังการผลิตมากขึ้น

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (อีไอเอ) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 4.4 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 1.8 ล้านบาร์เรล

สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (เอพีไอ) ซึ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐ เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 9.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว

อีไอเอ ยังเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐ ลดลง 100,000 บาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 400,000 บาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลง 7 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล เพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าเพิ่มขึ้น 500,000 บาร์เรล

บทความล่าสุด

คำเตือนความเสี่ยง

การเทรด Forex หรือตราสารอนุพันธ์อื่นๆนั้นมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าทำกำไรและวางเป้าหมายที่เข้ามาในตลาดนี้ ต้องประเมิณความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้ เนื่องจากความสูญเสียนั้นอาจทำให้สูญเสียเงินทั้งหมดได้ นักลงทุนโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดอย่างลึกซึ้งแล้วหรือยัง และมีการจัดการความเสี่ยงของการลงทุนรูปแบบนี้อย่างมืออาชีพก่อนลงทุน

เว็บไซต์แนะนำ

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์

Today 11

Yesterday 183

Week 11

Month 3840

All 552538