Thai Stop Loss

Thai Stop Loss

ญี่ปุ่นเล็งขยายโครงการ “Go To Travel” ถึงมิ.ย.ปีหน้า หวังฟื้นเศรษฐกิจ

นายคาซูโยชิ อาคาบะ รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังวางแผนที่จะขยายโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “Go To Travel” ไปจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.ปีหน้า โดยมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนเศรษฐกิจซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โครงการ “Go To Travel” ซึ่งเปิดตัวในเดือนก.ค.ปีนี้และนำเสนอส่วนลดด้านการเดินทางนั้น จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.ปีหน้า จากเดิมที่กำหนดให้สิ้นสุดในช่วงปลายเดือนม.ค. โดยโครงการดังกล่าวถูกระบุอยู่ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะได้รับอนุมัติจากรัฐบาลในสัปดาห์หน้า

นายอาคาบะกล่าวว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาปรับลดอัตราการให้ส่วนลดด้านการเดินทางอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ความต้องการเดินทางลดลงอย่างเชื่องช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เมื่อโครงการสิ้นสุดลง

แคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวนี้ใช้งบประมาณวงเงิน 1.35 ล้านล้านเยน (1.259 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดไว้ว่าจะช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายสำหรับการท่องเที่ยวราว 50% ซึ่งรวมถึงค่าที่พักและค่าเดินทาง โดยในเบื้องต้นนั้น รัฐบาลจะมอบส่วนลด 35% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

แหล่งที่มา : www.bangkokbiznews.com

รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เพิ่มความกดดันทางเศรษฐกิจต่อจีนโดยห้ามนำเข้าฝ้ายจากองค์กรกึ่งทหารของจีนที่ระบุว่าใช้แรงงานบังคับของชาวมุสลิมอุยกูร์ที่ถูกคุมขัง โดยหน่วยปกป้องศุลกากรและเขตแดนสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ว่า ได้ออกคำสั่งระงับการปล่อยสินค้า เพื่อห้ามการนำเข้าฝ้ายและผลิตภัณฑ์จากฝ้ายจากบริษัทซินเจียงโปรดักชัน แอนด์ คอนสตรักชัน คอร์ปส์ (XPCC) หนึ่งในผู้ผลิตรายใหญ่สุดของจีนการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการขายสิ่งทอและเครื่องแต่งกายไปยังสหรัฐฯ ที่เป็นหนึ่งในหลาย นโยบายที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ได้ดำเนินการในช่วงสัปดาห์สุดท้ายเพื่อให้นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บรรเทาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-จีนได้ยากขึ้น

การพุ่งเป้าไปที่ XPCC ซึ่งผลิตฝ้ายได้ 30% ของผลผลิตทั้งหมดของจีนในปี 2558 เป็นไปตามคำสั่งของกระทรวงการคลังในเดือน ก.ค.ที่แบนการทำธุรกรรมของสหรัฐฯทั้งหมดกับองค์กรกึ่งทหารของจีนที่แผ่กิ่งก้านสาขาซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2497 นายเคน คุชชิเนลลี รมว.กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ ซึ่งดูแลหน่วยปกป้องศุลกากรและเขตแดนสหรัฐฯ เรียกป้าย “ผลิตในประเทศจีน” ว่าเป็น “ป้ายเตือนว่าอาจเป็นสินค้าที่มาจากการใช้แรงงานทาสในการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงที่สุดในโลกสมัยใหม่ยุคปัจจุบัน”

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติอ้างรายงานที่น่าเชื่อถือว่าชาวมุสลิม 1 ล้านคนอยู่ในค่ายถูกสั่งให้ทำงานหนัก ขณะที่จีนปฏิเสธการทารุณชาวอุยกูร์ โดยระบุว่าเป็นศูนย์ฝึกอาชีพที่จำเป็น ในความพยายามต่อสู้กับลัทธิหัวรุนแรง การห้ามนำเข้าจะบังคับให้บริษัทเครื่องแต่งกายและบริษัทอื่นๆที่ส่งสินค้าไปยังสหรัฐฯ ต้องกำจัดผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดย XPCC เท่ากับเป็นการปิดกั้นการนำเข้าสิ่งทอฝ้ายของจีนทั้งหมด มีความกังวลว่าจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมีเพียงบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่แห่งที่สามารถรับประกันได้ว่าไม่มีการใช้ผลิตภัณฑ์จาก XPCC แบรนด์เสื้อผ้ารายใหญ่ แก๊ป อิงค์, พาตาโกเนีย อิงค์ และ อินดิเท็กซ์ เจ้าของแบรนด์ “ซาร่า” ยืนยันว่าไม่ได้จัดซื้อมาจากโรงงานในซินเจียง แต่ก็ไม่สามารถยืนยันในกระบวนการผลิตโดยรวมได้

ไบเดนได้ให้คำมั่นที่จะทำงานร่วมกับพันธมิตรของสหรัฐฯ เพื่อกดดันจีนในกรณีสิทธิมนุษยชนและการค้าที่ไม่เป็นธรรม ขณะที่ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทรัมป์ได้เพิ่มมาตรการดำเนินการกับบริษัทรายใหญ่ของจีนโดยห้ามการเข้าถึงเทคโนโลยีและการลงทุนของสหรัฐฯ

 

แหล่งที่มา : www.bangkokbiznews.com

ราคาน้ำมันในวันพฤหัสบดี (3 ธ.ค.) ใกล้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังแหล่งข่าวเผยโอเปกและรัสเซียเห็นพ้องเพิ่มกำลังผลิตเล็กน้อย 500,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือนมกราคม ส่วนวอลล์สตรีทปิดผสมผสาน หลังมีข่าวไฟเซอร์ลดเป้าหมายกำลังการผลิตวัคซีนโควิด-19 ความเคลื่อนไหวของตลาดทุนผลักทองคำขยับขึ้น

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ ไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมกราคม เพิ่มขึ้น 36 เซนต์ ปิดที่ 45.64 ดอลลาร์ ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 46 เซนต์ ปิดที่ 48.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

โอเปกและพันธมิตร ซึ่งรวมถึงรัสเซีย หรือที่เรียกว่าโอเปกพลัส เห็นพ้องเพิ่มกำลังผลิตเล็กน้อย 500,000 บาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป จากการเปิดเผยของแหล่งข่าว ความเคลื่อนไหวที่ทำให้มาตรการลดกำลังผลิตของทางกลุ่มจะลดลงเหลือ 7.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือ 7% ของอุปสงค์โลก จากระดับ 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในปัจจุบัน

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันพฤหัสบดี (3 ธ.ค.) ปิดผสมผสาน โดยเอสแอนด์พี 500 ปรับลด หลังมีรายงานข่าวระบุว่า ไฟเซอร์ อิงค์ ลดเป้าหมายสำหรับกำลังการผลิตวัคซีนโควิด-19 ของทางบริษัท

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 85.73 จุด (0.29 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 29,969.52 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 2.29 จุด (0.06 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,666.72 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 27.82 จุด (0.23 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 12,377.18 จุด

เอสแอนด์พีแกว่งสู่แดนลบในช่วงท้ายของการซื้อขาย หลังหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ไฟเซอร์ เจออุปสงค์ด้านห่วงโซ่อุปทานวัคซีน ฉุดให้หุ้นของบริษัทปักหัวลง

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นครั้งแรกที่จำนวนผู้ยื่นขอสวัสดิการคนว่างงานรายสัปดาห์ในสหรัฐฯลดลง แต่มันก็ยังเป็นตัวเลขที่สูงลิ่วที่ 712,000 คน นอกจากนี้ ในรายงานอีกชิ้นพบว่า กิจรรมอุตสาหกรรมบริการของสหรัฐฯ ชะลอตัวสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนในเดือนพฤศจิกายน

ความผันผวนของตลาดทุน ผลักนักลงทุนหันถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ดันราคาทองคำในวันพฤหัสบดี (3 ธ.ค.) ปรับขึ้น 3 วันติด แตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ โดยราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ เพิ่มขึ้น 10.90 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,841.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

แหล่งที่มา : www.bangkokbiznews.com

ดัชนียอดขายปลีก ออสเตรเลีย

เวลา(GMT+7): 07.30
สกุลเงิน: AUD
ประเทศ: Australia
แหล่งที่มา: Australian Bureau of Statistics

รายงานยอดขายปลีก (Retail Sales) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายอดขายทั้งหมดในระดับการค้าปลีก ซึ่งเป็นดัชนีที่สำคัญมากที่สุดที่บ่งชี้ถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งคิดเป็นส่วนสำคัญมากที่สุดของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย

 

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการก่อสร้าง (Construction PMI) สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7): 16.30
สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Markit/CIPS

รายงาน'ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง (PMI) ของสถาบันบริหารงานจัดซื้อและซัพพลาย (Chartered Institute of Purchasing and Supply (CIPS)) จะวัดระดับกิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 ชี้แสดงว่ามีการขยายตัวในอุตสาหกรรมการก่อสร้างในขณะที่ค่าตัวเลยที่ต่ำกว่า 50 จะชี้ถึงการหดตัว ดัชนีชี้วัดภาคก่อสร้างนี้จะชี้วัดในภาวะของอุตสาหกรรมภาคก่อสร้างในสหราชอาณาจักร นักเก็งกำไรจะติดตามรายงานการสำรวจนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยปกติจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลการประกอบกิจการของบริษัทได้ก่อนซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญต่อผลการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง


การจ้างงานนอกภาคการเกษตร สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 20.30
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Bureau of Labor Statistics

รายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร (Nonfarms Payrolls) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในจำนวนของผู้ที่มีงานทำในระหว่างช่วงเดือนก่อนหน้านี้โดยไม่รวมอุตสาหกรรมภาคการเกษตร การสร้างงานนั้นเป็นดัชนีที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคซึ่งถือเป็นส่วนที่มากที่สุดของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

อัตราการว่างงาน สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 20.30
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Bureau of Labor Statistics

รายงานอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) จะวัดค่าร้อยละของกำลังแรงงานทั้งหมดที่ว่างงานและกำลังหางานอย่างเอาจริงเอาจังในระหว่างเดือนที่ผ่านมา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

การเปลี่ยนแปลงในการจ้างงาน (Employment Change) แคนาดา

เวลา(GMT+7): 20.30
สกุลเงิน: CAD
ประเทศ: Canada
แหล่งที่มา: Statistics Canada

รายงานการเปลี่ยนแปลงด้านการจ้างงาน (Employment Change) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในจำนวนของผู้ที่มีงานทำ การสร้างงานนั้นเป็นดัชนีที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดาขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา

 

 

 

การเปลี่ยนแปลงในการจ้างงาน (Employment Change) แคนาดา

เวลา(GMT+7): 20.30
สกุลเงิน: CAD
ประเทศ: Canada
แหล่งที่มา: Statistics Canada

รายงานการเปลี่ยนแปลงด้านการจ้างงาน (Employment Change) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในจำนวนของผู้ที่มีงานทำ การสร้างงานนั้นเป็นดัชนีที่สำคัญที่บ่งชี้ถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดาขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com/

ญี่ปุ่นจะห้ามการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ที่ใช้น้ำมันในอีก 15 ปีข้างหน้า เพื่อบรรลุเป้าหมายสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutrality) ภายในปี 2050

หนังสือพิมพ์ไมนิจิชิมบุนรายงานวันนี้ (3 ธ.ค.) ว่า นโยบายดังกล่าวคาดว่าจะถูกประกาศภายในสัปดาห์หน้าเป็นอย่างเร็ว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะช่วยส่งเสริมให้คนญี่ปุ่นเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดกันมากขึ้น

เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี โยชิฮิเดะ ซูงะ ได้กำหนดเป้าหมายให้ญี่ปุ่นเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 ซึ่งทำให้บรรดาบริษัทใหญ่ๆ ต้องเตรียมแผนปรับตัวทางธุรกิจเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

แม้ท่าทีของรัฐบาลปลาดิบจะเรียกเสียงชื่นชมจากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าญี่ปุ่นทุกวันนี้ยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นอย่างมาก อีกทั้งรัฐบาล ซูงะ ก็ยังไม่ชี้แจงรายละเอียดว่าจะเดินไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้อย่างไร

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ (low-emission cars) ทั้งแบบไฮบริดและไฟฟ้าจาก 40% ในปี 2019 เพิ่มเป็น 50-70% ภายในปี 2030

เมื่อเดือน ก.ย. รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ได้กำหนดเป้าหมายให้ยานพาหนะโดยสารทุกคันที่จำหน่ายในรัฐแห่งนี้ต้องปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ (zero-emission) ภายในปี 2035 ขณะที่อังกฤษจะห้ามจำหน่ายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันทุกประเภทภายในปี 2030

 

แหล่งที่มา : www.bangkokbiznews.com

ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัว 11.30 ดอลลาร์เพราะได้แรงหนุนจากความหวังแพ็คเกจเยียวยาผลกระทบโควิด-19 รอบใหม่ในสหรัฐ

สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนก.พ. ดีดตัวขึ้น 11.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,830.20 ดอลลาร์/ออนซ์

นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้หารือกันวานนี้เกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินกว่า 9 แสนล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี นายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา กล่าวคัดค้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐวงเงิน 9.08 แสนล้านดอลลาร์ ตามข้อเสนอของพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน

“เราไม่ควรเสียเวลาอีกต่อไป” นายแมคคอนเนลล์กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าว

นายแมคคอนเนลล์ กล่าวว่า เขาต้องการให้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงินราว 5 แสนล้านดอลลาร์ที่มีการระบุความช่วยเหลือต่อภาคอุตสาหกรรมอย่างเฉพาะเจาะจงในการเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

นอกจากนี้ นายแมคคอนเนลล์ กล่าวว่า สภาคองเกรสควรพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และร่างกฎหมายงบประมาณหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาล (ชัตดาวน์) ในคราวเดียวกัน

ทั้งนี้ สภาคองเกรสจำเป็นจะต้องอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณดังกล่าวภายในวันที่ 11 ธ.ค.เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะชัตดาวน์

นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวานนี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทั้งในสหรัฐและทั่วโลก จะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และส่งผลให้แนวโน้มเศรษฐกิจเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน

ด้านออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (เอดีพี) และมูดี้ส์ อนาลิติกส์ เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้นเพียง 307,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 475,000 ตำแหน่ง

 

แหล่งที่มา : www.bangkokbiznews.com

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของสหราชอาณาจักร (Composite PMI)

เวลา(GMT+7): 16.30
สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Markit Economics

ดัชนี PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ) ที่เป็นดัชนีผสมนี้จะวัดค่ากิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในทั้งสองภาคธุรกิจ ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 จะบ่งชี้ถึงการขยายตัว ในขณะที่ค่าตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 จะบ่งชี้ถึงการหดตัว ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์

 

ดัชนี PMI ภาคการบริการ สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7): 16.30
สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: he Chartered Institute of Purchasing & Supply and the NTC Economics

รายงาน'ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (Services Purchasing Manager Index (PMI) จะชี้แสดงถึงระดับกิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิต ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 จะบ่งชี้ถึงการขยายตัวในขณะที่ค่าตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 จะบ่งชี้ถึงการหดตัว นักเก็งกำไรจะติดตามรายงานการสำรวจนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยหน้าที่การทำงานแล้วนั้นจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลการประกอบกิจการของบริษัทได้ก่อนซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญต่อผลการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง


จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 20.30
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Department of Labor

รายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) จะวัดค่าจำนวนของผู้ที่ยื่นคำร้องเพื่อขอรับการประกันการว่างงานเป็นครั้งแรกในระหว่างช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรายงานนี้เป็นข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศล่วงหน้ามากที่สุดแต่ผลกระทบต่อตลาดนั้นหลากหลายแล้วแต่สัปดาห์นั้นๆ

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

ดัชนี PMI ภาคการบริการจากสถาบันไอเอสเอ็ม (ISM) สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7): 22.00
สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Institute for Supply Management

รายงานดัชนี'ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่ไม่ใช่ภาคการผลิต (Non-Manufacturing Purchasing Manager Index (PMI)) จากสถาบัน Institute of Supply Management (ISM) (ที่ยังเป็นที่รู้จักในนามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการ (ISM Service PMI)) นั้นเป็นดัชนีรวมที่ได้คำนวณในฐานะเป็นดัชนีที่บ่งชี้ถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวมสำหรับธุรกิจภาคบริการ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่ไม่ใช่ภาคการผลิต (NMI) นี้เป็นดัชนีรวมที่ได้จากดัชนีการกระจายต่างๆ ที่ประกอบด้วยดัชนีจำนวนสี่ประเภทที่มีน้ำหนักความสำคัญเท่าเทียมกันก็คือดัชนี: กิจกรรมทางธุรกิจ (ที่ได้ปรับตามฤดูกาลแล้ว) ยอดคำสั่งซื้อใหม่ (ที่ได้ปรับตามฤดูกาลแล้ว) การจ้างงาน (ที่ได้ปรับตามฤดูกาลแล้ว) และการจัดส่งสินค้าของผู้จัดหา

ค่าตัวเลขที่มีค่าเกิน 50 เปอร์เซ็นต์จะบ่งชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจของภาคบริการโดยทั่วไปถือว่ามีการขยายตัว ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์บ่งชี้ว่าภาคบริการโดยทั่วไปมีการหดตัว รายงานด้านธุรกิจจากสถาบัน ISM ในภาคบริการนั้นจะยึดตามข้อมูลที่ได้รวบรวมจากการตอบคำถามในแต่ละเดือนที่ได้สอบถามผู้บริหารฝ่ายการจัดซื้อและจัดหาจำนวนกว่า 370 คนในจำนวนกว่า 62 อุตสาหกรรมที่มีเก้าหมวดย่อยจากการจัดประเภทธุรกิจมาตรฐานที่เรียกว่า Standard Industrial Classification (SIC) ประเภทธุรกิจมาตรฐาน SIC ได้จัดแบ่งเป็นหลายประเภทสำหรับการเข้าเป็นสมาชิกของคณะกรรมการการสำรวจด้านธุรกิจ (Business Survey Committee) โดยยึดหลักตามการกระจายของอุตสาหกรรมในผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com/

นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะยังไม่ยกเลิกมาตรการทางภาษีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์บังคับใช้กับจีนในการทำสงครามการค้าก่อนหน้านี้

นายไบเดนกล่าวว่า เขาจะทบทวนข้อตกลงระหว่างสหรัฐและจีนที่มีอยู่ในขณะนี้ และจะพัฒนายุทธศาสตร์ร่วมกับพันธมิตรของสหรัฐในยุโรปและเอเชีย

“ยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดที่เราจะใช้กับจีนก็คือการที่เราจะหาทางดำเนินการร่วมกับพันธมิตรของเรา โดยผมมองว่านโยบายสำคัญที่สุดของผมในช่วงเริ่มต้นการรับตำแหน่งประธานาธิบดีคือการทำให้เรากลับไปร่วมดำเนินการพร้อมกับพันธมิตรของเรา” นายไบเดนกล่าวในการให้สัมภาษณ์ต่อนายโทมัส ฟรีดแมน จากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์

นอกจากนี้ นายไบเดนยังระบุว่า ภารกิจที่สำคัญของเขาคือการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ และให้รัฐบาลลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆภายในประเทศ

 

แหล่งที่มา : www.bangkokbiznews.com

ทำไม คนทำงานยุคนี้ ต้องรีบ Disrupt ตัวเอง
เคยรู้สึกไหม ว่าสิ่งที่ร่ำเรียนมา ใช้ไม่ได้กับงานทุกวันนี้
และเคยรู้สึกไหมว่า ทำไมเราพยายามในการทำงานแล้ว แต่ก็ยังตามไม่ทันโลกสักที..


ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าโลกแห่งการทำงานในทุกวันนี้
มีการเปลี่ยนแปลงและมีความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เกือบตลอดเวลา
แล้วเราจะตามให้ทัน หรือเอาชนะความท้าทายใหม่ๆ ที่เข้ามาเกือบตลอดเวลาได้อย่างไร?


หนึ่งทางรอดของเรื่องนี้ คือให้รีบ “Disrupt” หรือ “ทำลาย” ตัวของคุณเองเสีย..
ทำลายตัวเองในที่นี้ คือ ทำลายกรอบความคิด และความเชื่อเดิมๆ ทิ้งไป โดยทักษะสำคัญที่คุณต้องรีบฝึกฝนคือ


1. Unlearn - ไม่ยึดติด และละทิ้งสิ่งที่คุณเคยร่ำเรียน หรือถูกสั่งสอนมา
การทำแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทิ้งทุกอย่างที่ได้ร่ำเรียนมาทั้งหมดไป แต่มันคือการ “เลือก” ที่จะทิ้งสิ่งที่ใช้การไม่ได้ทิ้งไป
การเลือกทิ้งสิ่งที่ใช้การไม่ได้แล้ว จะช่วยให้เรา “ไม่ยึดติด” กับความเชื่อและวิธีการเดิมๆ ที่เคยใช้ได้ดีในอดีต แต่ทุกวันนี้ใช้ไม่ได้ หรือไม่มีประสิทธิภาพแล้ว


2. Relearn - เรียนรู้เรื่องเดิม จากมุมมองใหม่
ยกตัวอย่างมาอธิบายเรื่องนี้ง่ายๆ คือ
การจะขับรถจากบ้านไปยังที่ทำงานของคุณ อาจมีรูปแบบการเดินทางที่มากกว่า 1 เส้นทาง ที่นอกเหนือไปจากเส้นทางที่คุณเลือกใช้อยู่ทุกวัน
หากคุณเปิดใจเรียนรู้เส้นทางในรูปแบบอื่น ที่นอกเหนือจากเส้นทางที่คุณใช้อยู่ทุกวัน ถ้าวันหนึ่งเส้นทางประจำที่คุณใช้เกิดมีปัญหาจราจร คุณก็สามารถเลือกใช้รูปแบบเส้นทางอื่น หรือออกแบบเส้นทางใหม่ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านั้นและไปถึงที่ทำงานของคุณได้อย่างเร็วที่สุด
ฉะนั้นแล้ว การ Relearn หรือเรียนรู้ในเรื่องที่รู้อยู่แล้วในมุมมองอื่นๆ จะช่วยให้คุณเป็นคนที่มี “มุมมองที่กว้างขึ้น” ซึ่งช่วยให้สามารถรับมือกับปัญหาในอนาคตได้ดีกว่าการรู้อยู่เพียงแค่แนวทางเดิมๆ

3. Learn - เปิดใจ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
การเรียนรู้สิ่งใหม่ ทักษะการทำงานใหม่ๆ ตลอดเวลา ช่วยให้คุณก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ และสามารถหาวิธีใหม่ๆ มารับมือกับสิ่งท้าทายที่จะเข้ามาได้เสมอ
ในโลกแห่งการทำงานและโลกของการทำธุรกิจทุกวันนี้ เราเห็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็น และไม่เหมือนความเชื่อแบบเดิมๆ มากมาย
เราเห็น.. การแข่งกันขาดทุน ของ Lazada และ Shopee เพราะไม่เชื่อแบบเดิมๆ ว่าธุรกิจจะเติบโตต้องมีกำไรตั้งแต่ช่วงแรก แต่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเหล่านี้ เริ่มจากการยอมขาดทุนเพื่อทำให้ผู้ใช้งาน “ติดใจ” การเข้ามาใช้งานแพลตฟอร์มของตัวเอง

เราเห็น.. แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิง อย่าง Netflix ที่กำลังสร้างความท้าทายให้อุตสาหกรรมโรงภาพยนตร์ เพราะ Netflix ไม่เชื่อแบบเดิมๆ ว่า จะดูภาพยนตร์ให้สนุกต้องไปดูที่โรงภาพยนตร์เท่านั้น
ดังนั้น ในโลกที่การแข่งขันสูงขึ้นอย่างทุกวันนี้


ถ้าอยากเติบโตและก้าวทันโลกให้ได้
สิ่งที่ต้องรีบทำคือ Disrupt ตัวเอง ด้วยทักษะ Unlearn, Relearn และ Learn
“ทิ้ง” สิ่งเก่าๆ ความคิดเดิมๆ ที่ใช้การไม่ได้ออกไป
“เรียนรู้” เรื่องที่รู้อยู่แล้ว ด้วยมุมมองที่หลากหลายกว่าเดิม
“เปิดใจ” เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา



 

แหล่งที่มา : เพจ THE BRIEFCASE

จีดีพีออสเตรเลียขยายตัวแกร่ง 3.3% ไตรมาส3 หลังรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

สำนักงานสถิติแห่งชาติออสเตรเลีย (เอบีเอส) รายงานในวันนี้ว่า เศรษฐกิจออสเตรเลียดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 3/2563 โดยได้แรงหนุนจากการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นด้านการเงินและการคลังขนานใหญ่ ซึ่งช่วยให้การอุปโภคบริโภคในภาคครัวเรือนฟื้นตัวขึ้น

ทั้งนี้ เอบีเอส ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของออสเตรเลียขยายตัว 3.3% ในไตรมาส 3 หลังจากที่หดตัว 7% ในไตรมาส 2 โดยจีดีพีไตรมาส 3 แข็งแกร่งกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 2.6%

อย่างไรดี เมื่อเทียบรายปีจีดีพีไตรมาส 3 ของออสเตรเลียหดตัวลง 3.8% ซึ่งบ่งชี้ว่า รัฐบาลยังจำเป็นต้องใช้นโยบายสนับสนุนเศรษฐกิจต่อไป

 

แหล่งที่มา : www.bangkokbiznews.com

Page 1 of 19

บทความล่าสุด

คำเตือนความเสี่ยง

การเทรด Forex หรือตราสารอนุพันธ์อื่นๆนั้นมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าทำกำไรและวางเป้าหมายที่เข้ามาในตลาดนี้ ต้องประเมิณความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้ เนื่องจากความสูญเสียนั้นอาจทำให้สูญเสียเงินทั้งหมดได้ นักลงทุนโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดอย่างลึกซึ้งแล้วหรือยัง และมีการจัดการความเสี่ยงของการลงทุนรูปแบบนี้อย่างมืออาชีพก่อนลงทุน

เว็บไซต์แนะนำ

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์

Today 14

Yesterday 119

Week 759

Month 593

All 544616