Thai Stop Loss

Thai Stop Loss

มื่อวันอังคาร (27 ก.ย.) ยุโรปกำลังเร่งสืบสวน กรณีก๊าซที่ลำเลียงจากรัสเซียผ่านท่อนอร์ดสตรีม 1 และ 2 รั่วไหลลงสู่ทะเลบอลติกครั้งใหญ่ ซึ่งเยอรมนี เดนมาร์ก และสวีเดน อ้างว่ามีการลอบก่อวินาศกรรม

จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุรั่วไหลครั้งนี้ที่มีรายงานออกมาครั้งแรกในวันจันทร์ (26 ก.ย.) หรือมีการกระทำผิดใดๆ หรือไม่ต่อท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม ที่รัสเซียและยุโรปจับมือเป็นหุ้นส่วน ร่วมลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในการก่อสร้าง

โรเบิร์ต ฮาเบค รัฐมนตรีเศรษฐกิจเยอรมนี บอกกับบรรดาผู้นำภาคธุรกิจ ว่า เหตุรั่วไหลครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการโจมตีแบบเล็งเป้าหมายไปที่โครงสร้างพื้นฐาน และเวลานี้เบอร์ลินแน่ใจว่า "มันไม่ได้เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หรือเป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติ หรือเกิดจากความเปราะบางของวัสดุ"

ส่วนนายกรัฐมนตรีของทั้งสวีเดนและเดนมาร์ก กล่าวว่า เหตุรั่วไหลชัดเจนมีต้นตอจากการกระทำโดยตั้งใจ โดยข้อมูลบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่จะถูกลอบวินาศกรรม ส่วนนายกรัฐมนตรีโปแลนด์ กล่าวโทษไปที่เหตุลอบวินาศกรรมเช่นกัน แต่ไม่ได้อ้างอิงหลักฐานใดๆ

รัสเซีย ซึ่งปรับลดการส่งมอบก๊าซไปยังยุโรป หลังจากตะวันตกกำหนดมาตรการคว่ำบาตร ตอบโต้กรณีรุกรานยูเครน บอกเช่นกันว่าการลอบก่อวินาศกรรมนั้นมีความเป็นไปได้ และชี้ว่าเหตุรั่วไหลครั้งนี้บ่อนทำลายความมั่นคงทางพลังงานของทวีปยุโรป

มาแตอุช มอราวีแยตสกี นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ แสดงความคิดเห็นระหว่างร่วมพิธีเปิดท่อลำเลียงใหม่ระหว่างนอร์เวย์กับโปแลนด์ ว่า "เราเห็นอย่างชัดเจนว่ามันเป็นการลอบก่อวินาศกรรม เกี่ยวข้องกับก้าวย่างถัดไปในสถานการณ์ที่ลุกลามบานปลายในยูเครน"

บรรดานักธรณีวิทยาในเดนมาร์กและสวีเดนบอกว่าพวกเขาตรวจพบการระเบิดรุนแรง 2 ครั้งในวันจันทร์ (26 ก.ย.) ในบริเวณใกล้เคียงจุดที่เกิดการรั่วไหล "สัญญาณมันไม่คล้ายกับสัญญาณจากแผ่นดินไหว มันคล้ายสัญญาณที่วัดได้จากการระเบิดทั่วๆ ไป" สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งเดนมาร์กและกรีนแลนด์ระบุ

ด้านนักแผ่นดินไหววิทยาจากมหาวิทยาลัย Uppsala ของสวีเดน ซึ่งร่วมมือกับทางสำรวจธรณีวิทยาแห่งเดนมาร์กและกรีนแลนด์ระบุ ว่า การระเบิดหนที่ 2 ซึ่งรุนแรงกว่าครั้งแรก "พอๆ กับไดนาไมต์มากกว่า 100 กิโลกรัม" และการระเบิดเกิดขึ้นในน้ำ ไม่ใช่ใต้ก้นทะเล

ท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม เป็นจุดร้อนในสงครามพลังงานที่กำลังลุกลามบานปลายระหว่างยุโรปกับมอสโก ซึ่งกำลังทำลายเศรษฐกิจของชาติยักษ์ใหญ่ตะวันตกทั้งหลาย ผลักราคาก๊าซพุ่งทะยานและโหมกระพือความพยายามควานหาแหล่งอุปทานทางเลือก

คริสตอฟเฟอร์ บอตต์ชิว หัวหน้าสำนักงานพลังงานของเดนมาร์ก เผยว่า รูรั่วครั้งนี้มีขนาดใหญ่มาก และมีความเป็นไปได้ว่าอาจต้องใช้เวลานานกว่า 1 สัปดาห์ กว่าที่ก๊าซจะหยุดไหลออกจากท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม 2 ขณะเดียวกัน บรรดาเรือทั้งหลายอาจสูญเสียแรงพยุงตัวหากพลัดเข้าสู่พื้นที่แถบนี้

สำนักงานเจ้าท่าของสวีเดน ระบุว่า มีรูรั่ว 2 จุดในท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม 1 โดยจุดหนึ่งอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของสวีเดน ส่วนอีกจุดอยู่ในเขตของเดนมาร์ก "เรากำลังจับตาเป็นพิเศษ เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเรือแล่นเข้ามาใกล้พื้นที่นี้" โฆษกระบุ

ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกของวังเครมลิน เรียกเหตุการณ์นี้ว่า "เป็นข่าวที่น่ากังวลยิ่ง เรากำลังพูดถึงความเสียหายบางส่วนในลักษณะที่ไม่ชัดเจน ซึ่งเกิดขึ้นกับท่อลำเลียงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเดนมาร์ก" พร้อมระบุว่ามันส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของทวีปยุโรป

ท่อลำเลียงทั้ง 2 ไม่ได้สูบก๊าซป้อนสู่ยุโรปในช่วงเวลาที่พบการรั่วไหล แต่เหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อการป้อนก๊าซจากรัสเซียสู่ยุโรปผ่านท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม 1 ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว

บริษัทผู้ดูแลท่อลำเลียงนอร์ดสตรีมเผยว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่วนทางก๊าซพรอม รัฐวิสาหกิจของเครมลิน ผู้ดูแลการส่งออกก๊าซผ่านท่อลำเลียง ปฏิเสธแสดงความคิดเห็น

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงยุโรปรายหนึ่ง กล่าวว่า "มีบางอย่างที่บ่งชี้ว่ามันเป็นความเสียหายที่เกิดจากความจงใจ" แต่บอกว่ายังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุป "คุณจำเป็นต้องตั้งคำถาม ใครกันที่ได้ประโยชน์"

รัสเซียลดการป้อนก๊าซสู่ยุโรปผ่านท่อลำเลียงนอร์ดสตรีม 1 ก่อนระงับกระแสก๊าซโดยสิ้นเชิงในเดือนสิงหาคม โดยกล่าวโทษมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกว่าเป็นต้นตอความยากลำบากทางเทคนิคต่างๆ แต่ทางบรรดานักการเมืองยุโรปตอบโต้ว่ามันเป็นข้ออ้างสำหรับหยุดจ่ายอุปทานก๊าซ

ท่อลำเลียงใหม่นอร์ดสตรีม 2 ยังไม่ได้ปฏิบัติการทางพาณิชย์ โดยแผนเปิดใช้งานส่งก๊าซถูกเยอรมนียกเลิก ไม่กี่วันก่อนหน้ารัสเซียส่งทหารเข้าไปในยูเครน ในสิ่งที่มอสโกเรียกว่าเป็น "ปฏิบัติการพิเศษด้านการทหาร" ในเดือนกุมภาพันธ์

"เหตุรั่วไหลใต้ทะเลหลายจุด นั่นหมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่ท่อลำเลียงจะไม่สามารถป้อนก๊าซใดๆ สู่อียูในช่วงฤดูหนาวที่กำลังมาถึง โดยไม่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางการเมืองในสงครามยูเครน" บันทึกของยูราเซีย กรุ๊ป ระบุ

ราคาก๊าซยุโรปพุ่งขึ้นขานรับข่าวดังกล่าว โดยสัญญางวดส่งมอบเดือนตุลาคม ที่ตลาดกลางในเนเธอร์แลนด์ ดีดตัวขึ้นเกือบ 10% ในวันอังคาร (27 ก.ย.) แม้ต่ำกว่าระดับสูงของปีนี้ แต่ยังคงสูงกว่าช่วงต้นเดือนกันยายนปี 2021 ถึงกว่า 200%

 

แหล่งที่มา :  www.mrgonline.com

ราคาน้ำมันฟื้นคืน 2 ดอลลาร์ในวันอังคาร (27 ก.ย.) จากระดับต่ำสุดในรอบ 9 เดือนหนึ่งวันก่อนหน้านี้ จากความกังวลทางอุปทานเฮอร์ริเคนเอียนมุ่งหน้าสู่อ่าวเม็กซิโกของสหรัฐฯ ส่วนวอลล์สตรีทยังปิดลบต่อเนื่อง ท่ามกลางความวิตกต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย ปัจจัยนี้ผลักให้ทองคำปรับขึ้น

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 1.79 ดอลลาร์ ปิดที่ 78.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 2.21 ดอลลาร์ ปิดที่ 86.27 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

บรรดาผู้ผลิตน้ำมันนอกชายฝั่งสหรัฐฯ เผยว่าพวกเขากำลังจับตาเส้นทางของเฮอร์ริเคนเอียน โดยพายุรุนแรงลูกนี้ก่อความกังวลจนต้องหยุดปฏิบัติการผลิตน้ำมันราวๆ 11% ในอ่าวเม็กซิโกของอเมริกา ในขณะที่มันถาโถมมุ่งหน้าเข้าหารัฐฟลอริดา

อย่างไรก็ตาม หลังหยุดกำลังผลิตน้ำมันดิบนอกชายฝั่งบางส่วน ทางบริษัทบีพี เผยว่าพายุไม่ได้คุกคามทรัพย์สินของพวกเขาในอ่าวเม็กซิโก และกำลังส่งพนักงานกลับไปประจำการที่แท่นขุดเจาะน้ำมันอีกครั้ง

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในขาลงในวันอังคาร (27 ก.ย.) โดยเอสแอนด์พี 500 ปิดต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ถูกคาดหมายว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง แม้เสี่ยงโยนเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยก็ตาม

ดาวโจนส์ ลดลง 125.82 จุด (0.43 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 29,134.99 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 7.75 จุด (0.21 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,647.29 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 26.58 จุด (0.25 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 10,829.50 จุด

เจมส์ บูลบาร์ก ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ ในวันอังคาร (27 ก.ย.) พูดถึงความเป็นไปได้ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่วน ชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานเฟดสาขาชิคาโก บอกว่าธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1% ในปีนี้

"มันน่าผิดหวัง แต่ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ" โรเบิร์ต พาฟลิค ผู้จัดการอาวุโสของสถาบันดาโคตา เวลท์ ในคอนเนตทิคัตกล่าว "ผู้คนกังวลเกี่ยวกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ทิศทางของอัตราดอกเบี้ย และสถานะทางเศรษฐกิจ"

บรรดานักวิเคราะห์ของเวลส์ ฟาร์โก เวลานี้มองว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจปรับเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ระหว่าง 4.75% ถึง 5.00% ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2023

ความกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดและสถานะทางเศรษฐกิจของอเมริกา กระตุ้นให้นักลงทุนหันถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ และดันทองคำฟื้นตัวในวันอังคาร (27 ก.ย.) จากระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี โดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 2.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,636.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

แหล่งที่มา :  www.mrgonline.com

ราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (22 ก.ย.) จากความกังวลอุปทานรัสเซียและอุปสงค์ที่ฟื้นตัวในจีน ส่วนวอลล์สตรีทปิดลบ นักลงทุนยังเทขายตอบสนองความเคลื่อนไหวปรับขึ้นดอกเบี้ยเชิงรุกเพื่อสกัดเงินเฟ้อของเฟด ขณะที่ทองคำฟื้นตัว 2 วันติดต่อกัน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ ปิดที่ 83.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 63 เซนต์ ปิดที่ 90.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

รัสเซียเดินหน้าระดมทหารกองหนุนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เพิ่มความกังวลว่าสงครามที่ลุกลามบานปลายในยูเครน อาจกระทบต่ออุปทานเพิ่มเติม

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มองว่าตลาดยังได้แรงหนุนจากอุปทานที่มีอย่างจำกัดของโอเปก และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวในจีน ชาติผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก หลังจากก่อนหน้านี้ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์สกัดโควิด-19

ความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในสงครามรัสเซียกับยูเครน ผลักนักลงทุนหันถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำและดันราคาทองคำในวันพฤหัสบดี (23 ก.ย.) ปิดบวก 2 วันติด โดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 5.40 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,681.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (23 ก.ย.) นับเป็นการขยับลง 3 วันติดต่อกัน ในขณะที่นักลงทุนตอบสนองความเคลื่อนไหวเชิงรุกล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในความพยายามควบคุมเงินเฟ้อ ด้วยการเทขายหุ้นที่มีการเติบโตสูง ในนั้นรวมถึงบรรดาบริษัทเทคโนโลยี

ดาวโจนส์ ลดลง 107.10 จุด (0.35 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 30,076.68 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 31.94 จุด (0.84 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,757.99 จุด แนสแดค ลดลง 153.39 จุด (1.37 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 11,066.81 จุด

เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยตามความคาดหมาย 0.75% เมื่อวันพุธ (22 ก.ย.) และส่งสัญญาณอยู่ในวิถีอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นในระยะยาวมากกว่าที่คาดคาดหมายไว้ โหมกระพือความกังวลจนนำมาซึ่งความผันผวนในตลาดทุน

ขณะเดียวกัน เฟดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีการขยายตัวเพียง 0.2% ในสิ้นปีนี้ และดีดตัวสู่ระดับ 1.2% ในปี 2023

ตลาดยังมีความกังวลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจโลก หลังธนาคารกลางอังกฤษปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.50% เป็น 2.25% ในวันพฤหัสบดี (23 ก.ย.) และบอกว่าจะเดินหน้าตอบโต้อย่างเต็มกำลังเท่าที่จำเป็นเพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ

 

แหล่งที่มา :  https://mgronline.com

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของสหราชอาณาจักร (Composite PMI)

เวลา(GMT+7) : 15.30

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Markit Economics

ดัชนี PMI (ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ) ที่เป็นดัชนีผสมนี้จะวัดค่ากิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในทั้งสองภาคธุรกิจ ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 จะบ่งชี้ถึงการขยายตัว ในขณะที่ค่าตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 จะบ่งชี้ถึงการหดตัว ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์

 

 

 

ดัชนี PMI ภาคการผลิต สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7) : 15.30

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Markit/CIPS

รายงานดัชนี'ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมการผลิต(Manufacturing Purchasing Manager Index (PMI)) จะเป็นตัวชี้วัดในระดับกิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคอุตสาหกรรมการการผลิต ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 ชี้แสดงว่ามีการขยายตัวในขณะที่ค่าตัวเลยที่ต่ำกว่า 50 จะชี้ถึงการหดตัว นักเก็งกำไรจะติดตามรายงานการสำรวจนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยหน้าที่การทำงานแล้วนั้นจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลการประกอบกิจการของบริษัทได้ก่อนซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญต่อผลการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

 

 

ดัชนี PMI ภาคการบริการ สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7) : 15.30

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: The Chartered Institute of Purchasing & Supply and the NTC Economics

รายงาน'ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (Services Purchasing Manager Index (PMI) จะชี้แสดงถึงระดับกิจกรรมของผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิต ค่าตัวเลขใดๆ ที่มีค่าเกิน 50 จะบ่งชี้ถึงการขยายตัวในขณะที่ค่าตัวเลขที่ต่ำกว่า 50 จะบ่งชี้ถึงการหดตัว นักเก็งกำไรจะติดตามรายงานการสำรวจนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยหน้าที่การทำงานแล้วนั้นจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผลการประกอบกิจการของบริษัทได้ก่อนซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญต่อผลการปฏิบัติการทางเศรษฐกิจโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

 

 

ดัชนีดัชนียอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) แคนาดา

เวลา(GMT+7) : 19.30

สกุลเงิน: CAD
ประเทศ: Canada
แหล่งที่มา: Statistics Canada

รายงานยอดขายปลีกพื้นฐาน (Core Retail Sales) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าทั้งหมดของยอดขายที่ได้ปรับชดเชยอัตราเงินเฟ้อแล้วในธุรกิจการขายปลีกในแคนาดาโดยไม่รวมยอดขายรถยนต์ ถือเป็นดัชนีที่สำคัญของการใช้จ่ายของผู้บริโภคและยังถือว่าเป็นดัชนีหลักตัวหนึ่งสำหรับระบบเศรษฐกิจแคนาดา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดาขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์แคนาดา

 

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com

การคาดการณ์เศรษฐกิจของคณะกรรมการนโยบายธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 01.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

ไม่มีเนื้อหาข่าว

 

 

 

แถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ

เวลา(GMT+7) : 01.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

รายงานการแถลงการณ์ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน'แห่งธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Open Market Committee) (FOMC) เป็นเครื่องมือเบื้องต้นที่คณะกรรมการได้ใช้เพื่อสื่อสารกับนักลงทุนเกี่ยวกับนโยบายการเงิน โดยในแถลงการณ์นี้จะมีข้อมูลเกี่ยวกับผลของการลงคะแนนเสียงสำหรับการกำหนดอัตราดอกเบี้ย อภิปรายถึงภาพรวมเศรษฐกิจและแสดงนัยถึงผลลัพธ์ของการลงคะแนนเสียงในอนาคต

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในขณะที่นโยบายควบคุมอัตราเงินเฟ้อถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 01.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินแห่งสหรัฐ (FOMC) ได้ลงคะแนนเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ย นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดค่าเงินตรา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของสหรัฐ

เวลา(GMT+7) : 01.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Federal Reserve

ไม่มีเนื้อหาข่าว

 

 

 

การแถลงการณ์นโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น

เวลา(GMT+7) : ไม่ระบุเวลา

สกุลเงิน: JPY
ประเทศ: Japan
แหล่งที่มา: Bank of Japan

ไม่มีเนื้อหาข่าว

 

 

 

การแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางญี่ปุ่น

เวลา(GMT+7) : 13.30

สกุลเงิน: JPY
ประเทศ: Japan
แหล่งที่มา: Bank of Japan

การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนของธนาคารกลางแห่งประเทศญี่ปุ่น (Bank of Japan (BOJ) จะพิจารณาในปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยล่าสุด ภาพรวมเศรษฐกิจโดยรวม อัตราเงินเฟ้อ และให้ข้อมูลเจาะลึกเกี่ยวกับการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินในอนาคต

 

 

 

การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7) : 18.00

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Bank of England

สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางแห่งประเทศอังกฤษ (BOE) ได้ลงคะแนนเสียงเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ย นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเขาอย่างใกล้ชิดเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดค่าเงินตรา

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิงขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินปอนด์สเตอร์ลิง

 

 

 

รายงานการประชุมของคณะกรรการนโยบายการเงิน (MPC) สหราชอาณาจักร

เวลา(GMT+7) : 18.00

สกุลเงิน: GBP
ประเทศ: United Kingdom
แหล่งที่มา: Bank of England

รายงานการประชุมนโยบายทางการเงิน (Monetary Policy Meeting Minutes) 'ของธนาคารกลางแห่งประเทศอังกฤษจะเป็นรายงานที่แสดงข้อมูลแบบเจาะลึกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจด้านการกำหนดอัตราดอกเบี้ย ความล้มเหลว' ของการลงคะแนนในประเด็นของอัตราดอกเบี้ยนั้นเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของรายงานการประชุมนี้

 

 

 

จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 19.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Department of Labor

รายงานจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) จะวัดค่าจำนวนของผู้ที่ยื่นคำร้องเพื่อขอรับการประกันการว่างงานเป็นครั้งแรกในระหว่างช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรายงานนี้เป็นข้อมูลทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศล่วงหน้ามากที่สุดแต่ผลกระทบต่อตลาดนั้นหลากหลายแล้วแต่สัปดาห์นั้นๆ

ค่าที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถือว่าเป็นลักษณะ เชิงลบ/ตลาดหมี สำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าคาดการณ์ไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิง สำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com

คำกล่าวของ ลาการ์ด (Lagarde) ประธานธนาคารกลางยุโรป

เวลา(GMT+7) : 00.00

สกุลเงิน: EUR
ประเทศ: Europe
แหล่งที่มา: European Central Bank

คริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) (ดำรงตำแหน่งระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2019 – ตุลาคม 2027) ยอมรับว่า ในฐานะประธานของธนาคารกลางยุโรปซึ่งกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นดังนี้เธอมีอิทธิพลสำคัญต่อมูลค่าของสกุลเงินยูโร นักเก็งกำไรต่างเฝ้าติดตามคำพูดของเธออย่างใกล้ชิดเนื่องจากคำพูดเหล่านี้อาจเป็นการพูดเป็นนัยที่เกี่ยวกับนโยบายทางการเงินในอนาคตและการเปลี่ยนแปลงในอัตราดอกเบี้ย การพูดแสดงความคิดเห็นของเธออาจทำให้เกิดแนวโน้มระยะสั้นๆ เชิงบวกหรือเชิงลบได้

 

 

 

ยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 21.00

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: National Association of Realtors

รายงานยอดขายบ้านมือสอง (Existing Home Sales) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงในจำนวนของอาคารที่อยู่อาศัยมือสองที่ได้คิดคำนวณในระยะหนึ่งรอบปีที่ได้ขายในระหว่างช่วงเดือนที่ผ่านมา รายงานนี้จะช่วยชี้วัดให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตลาดการเคหะของสหรัฐและเป็นดัชนีสำคัญที่ชี้วัดถึงความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ค่าที่สูงกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงบวก/ตลาดกระทิงสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐขณะที่ค่าที่ต่ำกว่าที่คาดไว้ถือว่าเป็นลักษณะเชิงลบ/ตลาดหมีสำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

 

 

 

สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ สหรัฐอเมริกา

เวลา(GMT+7) : 21.30

สกุลเงิน: USD
ประเทศ: United State of America
แหล่งที่มา: Energy Information Administration

รายงานคลังสินค้าน้ำมันดิบ (Crude Oil Inventories) จาก'องค์กรข้อมูลด้านพลังงาน (The Energy Information Administration)(EIA) จะวัดค่าการเปลี่ยนแปลงแบบรายสัปดาห์ในการเปลี่ยนแปลงในจำนวนบาร์เรลของน้ำมันดิบเชิงพานิชที่บริษัทต่างๆ ของสหรัฐมีอยู่ ระดับของคลังสินค้าจะมีอิทธิพลต่อราคาของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อ

 

 

 

แหล่งที่มา : https://th.investing.com

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นในการซื้อขายช่วงต้นของวันพุธในยุโรป โดยพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 20 ปี เนื่องจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียได้เพิ่มความตึงเครียดเหนือดินแดนยูเครน และบรรดาเทรดเดอร์ต่างรอคอยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขนาดใหญ่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ในเวลา 03:00 ET (07:00 GMT) ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งติดตามดอลลาร์เทียบกับกลุ่มสกุลเงินอื่น ๆ อีก 6 สกุล ซื้อขายสูงขึ้น 0.5% เป็น 110.457 ใกล้กับจุดสูงสุดสองทศวรรษที่ 110.79 เมื่อต้นเดือนนี้

ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ประกาศระดมกองกำลังทหารสำรองที่แข็งแกร่งของประเทศจำนวน 2 ล้านกองหนุนในวิดีโอที่บันทึกไว้เมื่อวันพุธ ยืนยันความตั้งใจของเขาที่จะผนวกส่วนต่างๆ ของยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครองให้เข้ากับรัสเซียในปัจจุบัน

ปูตินยังเพิ่มความดุเดือดให้กับความขัดแย้งทางการเมือง โดยกล่าวข่มขู่เล็กน้อยถึงการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของประเทศเพื่อปกป้องชัยชนะของเขาในยูเครน ในขณะเดียวกันก็กล่าวหาประเทศตะวันตกว่ากำลังใช้ "nuclear blackmail"

“หากความสมบูรณ์ของดินแดนของรัสเซียถูกคุกคาม เราจะใช้ทุกวิถีทางในการกำจัด และนี่ไม่ใช่การกล่าวหลอกลวงแต่อย่างใด” ปูตินกล่าว

เงินยูโรร่วงลงอย่างรุนแรง โดย EUR/USD ร่วงลง 0.7% เป็น 0.9903 ซึ่งร่วงลงใกล้ระดับต่ำสุดที่ต่ำกว่า 0.99 นับตั้งแต่ช่วงใกล้ต้นเดือนกันยายน

ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังอย่างกว้างขวางว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะประกาศขึ้น อัตราดอกเบี้ย อย่างน้อย 75 จุดในวันพุธนี้เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อที่อยู่ในอัตราที่สูง

ซึ่งประเด็นของการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเต็มเปอร์เซ็นต์นั้นยังไม่ถูกตัดออกเสียทีเดียว เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนีราคาผู้บริโภค แสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี

นักวิเคราะห์จาก ING ระบุในหมายเหตุว่า "ดูเหมือนไม่มีเหตุผลใดที่เฟดจะปรับลดความเข้มงวดที่ได้แสดงให้เห็นในการประชุมวิชาการ Jackson Hole เมื่อเร็ว ๆ นี้ และ 'การปรับขึ้นขนาดใหญ่' ที่ 75 จุดพื้นฐาน จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์อยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบปี”

ความคาดหวังเหล่านี้ผลักดันให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี เพิ่มขึ้นสูงถึง 3.992% ในชั่วข้ามคืน ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่ผลตอบแทนจากพันธบัตรเกณฑ์มาตรฐาน อายุ 10 ปี กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 3.604% สูงสุดตั้งแต่ปี 2011

USD/JPY ลดลง 0.1% เป็น 143.64 โดยสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยของเงินเยนช่วยค่าเงินญี่ปุ่นแม้ว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นจะเพิ่มแรงกดดัน เงินเยนร่วงลงประมาณ 20% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้

BoJ จะจัดการประชุมนโยบายในวันพฤหัสบดีนี้ และคาดว่าจะคงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่อนปรนเป็นพิเศษไม่เปลี่ยนแปลง แม้ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารจะแสดงให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของผู้บริโภคของญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 2.8% ในเดือนสิงหาคม โดยพุ่งขึ้นรายปีที่เร็วที่สุดในรอบเกือบแปดปี

GBP/USD ลดลง 0.4% เป็น 1.1338 ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 37 ปีที่ 1.1351 เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความตั้งใจของปูตินมีมากกว่าความน่าจะเป็นที่ ธนาคารกลางอังกฤษ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในวันพฤหัสบดีนี้

ค่าเงินที่ความอ่อนไหวต่อความเสี่ยง AUD/USD ลดลง 0.5% เป็น 0.6658 ในขณะที่ USD/CNY เพิ่มขึ้น 0.5% เป็น 7.0509 ซึ่งอยู่เหนือระดับ 7 ที่สำคัญทางจิตวิทยา

 

แหล่งที่มา :  www.investing.com

ราคาน้ำมันขยับลงในวันอังคาร (20 ก.ย.) หลังดอลลาร์ยังคงแข็งค่าและนักลงทุนคาดหมายว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมเพื่อสกัดเงินเฟ้อ ทั้ง 2 ปัจจัยฉุดให้ทองคำและวอลล์สตรีทปิดในแดนลบเช่นกัน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 1.28 ดอลลาร์ ปิดที่ 84.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ลดลง 1.38 ดอลลาร์ ปิดที่ 90.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

มีความเป็นไปได้ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในวันพุธ (21 ก.ย.) เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ความพยายามดังกล่าวคาดหมายว่าจะเป็นตัวถ่วงตลาดทุน เช่นเดียวกับราคาน้ำมัน ในขณะที่คาดหมายว่าธนาคารกลางประเทศอื่นๆ ในนั้นรวมถึงธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งจะประชุมกันในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวแบบเดียวกัน

ดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นตัวหนุนดอลลาร์ ซึ่งยังคงแกว่งตัวอยู่ในระดับสูงสุดรอบ 20 ปีเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ในวันอังคาร (20 ก.ย.) ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีราคาแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อที่ถือสกุลเงินอื่น

ปัจจัยดอลลาร์แข็งค่า ฉุดใหราคาทองคำกลับลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2020 ในวันอังคาร (20 ก.ย.) ในขณะที่นักลงทุนเฝ้ารอการตัดสินใจของเฟด โดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 7.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,671.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันอังคาร (20 ก.ย.) ปิดแดนลบก่อนหน้าการประชุมเฟด ซึ่งคาดหมายว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่อีกหน เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ท่ามกลางสัญญาณเพิ่มเติมว่าบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกากำลังได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ

ดาวโจนส์ ลดลง 313.45 จุด (1.01 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 30,706.23 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 43.96 จุด (1.13 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,855.93 จุด แนสแดค ลดลง 109.97 จุด (0.95 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 11,425.05 จุด

ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับลดมาแล้ว 19.1% ในปีนี้ นักลงทุนเกรงว่ามาตรการกระชับนโยบายทางการเงินเชิงรุกของธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจฉุดเศรษฐกิจอเมริกาเข้าสู่ภาวะถดถดถอย

หุ้นของฟอร์ดดิ่งลง 12.3% ปรับลดวันเดียวหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 หลังประมาณการว่าจะได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อรุนแรงกว่าที่คาดหมาย 1,000 ล้านดอลลาร์ และผลจากการต้องเลื่อนการส่งมอบรถยนต์บางส่วนออกไปเป็นไตรมาส 4 สืบเนื่องจากภาวะขาดแคลนชิ้นส่วน ในขณะที่คู่แข่งอย่างเจนเนอรัล มอเตอร์ส ปิดลบเช่นกัน 5.6%

 

แหล่งที่มา :  www.mrgonline.com

ราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น 1% ในวันพุธ (14 ก.ย.) หน่วยงานพลังงานสากลคาดจะมีเปลี่ยนการบริโภคจากก๊าซสู่น้ำมันมากขึ้น สืบเนื่องจากราคาที่พุ่งทะยานในฤดูหนาวนี้ แม้แนวโน้มอุปสงค์ยังซึมเซา ส่วนวอลล์สตรีทปิดบวกในกรอบแคบๆ ฟื้นตัวแค่เล็กน้อยจากดิ่งลงหนักหนึ่งวันก่อนหน้านี้ ขณะที่ทองคำปรับลดเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 1.17 ดอลลาร์ ปิดที่ 88.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 93 เซนต ปิดที่ 94.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ทบวงพลังงานสากล (ไออีเอ) คาดหมายว่าเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวอย่างรุนแรงและภาวะหยุดชะงักของเศรษฐกิจจีน อาจทำให้อุปสงค์น้ำมันโลกแน่นิ่งในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันได้แรงหนุน หลังไออีเอประมาณการว่าผู้คนจะปรับเปลี่ยนจากก๊าซมาบริโภคน้ำมันกันอย่างกว้างขวางในจุดประสงค์ทำความร้อนในฤดูหนาวนี้ โดยเชื่อว่าน่าจะอยู่ที่ 700,000 บาร์เรลต่อวันระหว่างเดือนตุลาคม 2022 ถึงเดือนมีนาคม 2023 เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางความคาดหมายอุปทานในภาพรวมจะยังคงอ่อนแอ

ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันพุธ (14 ก.ย.) ซื้อขายผันผวน ก่อนปิดบวกเล็กน้อยจากแรงช้อนซื้อของนักลงทุน หนึ่งวันหลังจากดิ่งลงหนัก ตามหลังอเมริกาเผยแพร่ข้อมูลเงินเฟ้อที่น่ากังวล

ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 30.12 จุด (0.10 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 31,135.09 จุด เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 13.32 จุด (0.34 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 3,946.01 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 86.10 จุด (0.74 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 11,719.68 จุด

ดัชนีทั้ง 3 ผันผวนตลอดทั้งวัน แต่สุดท้ายแกว่งตัวขึ้นมาปิดบวกแคบๆ ล้มเหลวในการฟื้นคืนจากที่ดิ่งลงหนักเมื่อวันอังคาร (13 ก.ย.) ซึ่งถือเป็นการปิดลบคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ หนักหน่วงสุดในรอบกว่า 2 ปี

ส่วนราคาทองคำในวันพุธ (14 ก.ย.) ขยับลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันของดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯ ซึ่งพบอัตราเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นผิดคาด โดยราคาทองคำโคเม็กซ์งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 8.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,709.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

แหล่งที่มา :  www.mgronline.com

นายกรัฐมนตรี เอลิซาเบธ บอร์น เปิดเผยเมื่อวันพุธ (14 ก.ย.) ว่า ฝรั่งเศสจะจำกัดเพดานการปรับขึ้นค่าไฟและราคาก๊าซสำหรับครัวเรือนไว้ที่ 15% ในปีหน้า โดยรัฐบาลต้องใช้เงินประมาณ 580,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตพลังงานครั้งเลวร้ายสุดในรอบหลายทศวรรษของยุโรป มาตรการนี้รัฐบาลเดนมาร์กก็กำลังหาทางบังคับใช้เช่นกัน

มาตรการจำกัดเพดานราคาพลังงานนี้จะใช้ต้นทุนของภาครัฐ 16,000 ล้านยูโร (ประมาณ 580,000 ล้านบาท) และป้องกันไม่ให้บิลค่าใช้จ่ายภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว นอกจากนี้ ทางภาครัฐจะมอบความช่วยเหลือแบบให้เปล่าแก่คนยากจน ด้วยการมอบเช็คสูงสุด 200 ยูโร (ประมาณ 7,300 บาท) สำหรับครัวเรือนต่างๆ ราว 12 ล้านครัวเรือน

บอร์น กล่าวว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับเพดานใหม่ของราคาก๊าซจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม ส่วนเพดานใหม่ของค่าไฟจะบังคับใช้ในอีก 1 เดือนหลังจากนั้น "เรามุ่งมั่นตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของวิกฤตที่เราเผชิญ ในการลงมือ ปรับตัว ปกป้องประชาชนชาวฝรั่งเศสและเศรษฐกิจของเรา"

ก่อนหน้านี้ บรรดาผู้บริหารระดับสูงของสหภาพยุโรปเปิดเผยว่ามีแผนระดมเงินจากบรรดาบริษัทพลังงานทั้งหลาย 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยปกป้องครัวเรือนและภาคธุกิจต่างๆ จากราคาที่พุ่งทะยาน ซึ่งเสี่ยงฉุดรั้งเศรษฐกิจดำดิ่งสู่ภาวะถดถอยและล้มละลาย

ที่ผ่านมา ฝรั่งเศสได้ใช้เงินไปแล้วหลายพันล้านยูโร ในมาตรการต่างๆ เพื่อบรรดาผลกระทบภาวะเงินเฟ้อ อันสืบเนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งทะยาน

ฝรั่งเศสคุมค่าไฟไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 4% จนถึงปลายปีนี้ และบีบให้การไฟฟ้าฝรั่งเศส (EDF) รัฐวิสาหกิจพลังงาน ขายไฟให้บรรดาคู่แข่งในอัตราต่ำกว่าตลาดในปริมาณที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังตรึงค่าก๊าซสำหรับครัวเรือนไว้ในระดับเดือนตุลาคม 2021

บรรดาครัวเรือนต่างๆ ของฝรั่งเศสที่ทำความร้อนด้วยก๊าซ จะเสียค่าก๊าซโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นแค่ราวๆ 25 ยูโร (916บาท) ในแต่ละเดือน ในปี 2023 แทนที่จะเป็น 200 ยูโร (ราว 7,300 บาท) หากปราจากเพดานราคา

พวกที่สนับสนุนยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ชี้ถึงอัตราเงินเฟ้อของฝรั่งเศส ซึ่งต่ำที่สุดในสหภาพยุโรปในเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 6.5% แต่พวกวิพากษ์วิจารณ์แย้งว่า มาตรการกำหนดเพดานนี้ไม่ยั่งยืน และจะก่อความเจ็บปวดทางการเงินในภายหลัง

ฝรั่งเศส ประเทศที่มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์มากที่สุดอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐฯ มีความอ่อนแอน้อยกว่าบรรดาประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลายต่อการถูกรัสเซียตัดอุปทานก๊าซธรรมชาติ ตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก

แต่การปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์จำนวนหนึ่งอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ผลักให้กำลังผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ของฝรั่งเศส ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี

แม้ไม่มีความเสี่ยงไฟดับทั่วฝรั่งเศสในฤดูหนาวนี้ แต่ปัญหาไฟฟ้าดับในบางพื้นที่เป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ระหว่างช่วงที่อุปสงค์พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุด จากการเปิดเผยของ RTE บริษัทเครือข่ายไฟฟ้าของฝรั่งเศส "เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ของยุโรป ฝรั่งเศสอยู่ในสถานะที่ยากลำบากน้อยกว่า" RTE ระบุ

ประชาชนมีความคิดเห็นต่างกันออกไปในมาตรการจำกัดเพดานของทางรัฐบาล "15% เพียงพอไหม เราอยากเห็น แต่มันก็ไม่เลว" โมฮัมหมัด เบน ฮัลลัล นักศึกษากล่าว ส่วน นาเดจ ฟิกาโรล อาชีพครู เชื่อว่าช่วงเวลาแห่งความยากลำบากรออยู่เบื้องหน้า "สิ่งที่พวกเขากำลังบอกกับเราคือ เรากำลังถูกโยนเข้าสู่โลกใหม่"

นอกเหนือจากฝรั่งเศสแล้ว รัฐบาลเดนมาร์กก็ต้องการกำหนดเพดานราคาก๊าซ ค่าไฟและค่าทำความร้อนเช่นกัน เพื่อช่วยครัวเรือนทั้งหลายรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งทะยานทั่วยุโรป จากการเปิดเผยของนายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ในวันพุธ (14 ก.ย.)

ความคิดเห็นของ เฟรเดอริกเซน มีขึ้นหลังจากข้อมูลเดือนสิงหาคม พบว่าค่าไฟและค่าก๊าซในประเทศเพิ่มขึ้นมา 5 เท่าแล้วในปีนี้ "รัฐบาลกำลังเสนอเพดานราคาที่ชาวเดนมาร์กจำเป็นต้องจ่ายค่าไฟ ค่าก๊าซและค่าทำความร้อนในเมือง" เธอกล่าว

ร่างกฎหมายนี้ ซึ่งจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา จะใช้งบประมาณราวๆ 45,000 ล้านโครเนอร์ หรือประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 220,000 ล้านบาท) "เราพูดตั้งแต่แรกแล้วว่า เราไม่อาจปกป้องชาวเดนมาร์กทุกคนจากผลกระทบของสงครามของปูติน" เธอกล่าว "แต่เราไม่อาจเพิกเฉยข้อเท็จจริงที่ว่า จะมีชาวเดนมาร์กที่ไม่สามารถจ่ายค่าไฟและค่าทำความร้อนในฤดูหนาวนี้"

"ถ้าบิลของใครสูงกว่าช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว จะเลื่อนชำระเงินไปในภายหลัง เมื่อครั้งที่ราคาลดต่ำลงอีกครั้ง" เธออธิบาย พร้อมระบุว่าการชำระเงินอาจยืดออกไปในระยะเวลา 5 ปี

เมื่อวันพุธ (14 ก.ย.) อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป วางกรอบข้อเสนอฉุดรั้งราคาก๊าซและไฟฟ้าที่พุ่งทะยานในอียู โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการเรียกเก็บภาษีลาภลอย (Windfall Tax) กำไรส่วนเกินของบรรดาบริษัทพลังงานทั้งหลาย ส่วนมาตรการอื่นๆ มีทั้งปันส่วนพลังงาน มอบเงินช่วยเหลือโดยภาครัฐเป็นการชั่วคราว และแยกราคาก๊าซกับค่าไฟ

เดนมาร์กได้ใช้มาตรการต่างๆ หลายแนวทางแล้วในความพยายามลดการบริโภคพลังงาน ในนั้นรวมถึงลดการทำความร้อนและลดการใช้ไฟฟ้าตามอาคารราชการต่างๆ

 

แหล่งที่มา :  www.mgronline.com

Page 1 of 175

บทความล่าสุด

คำเตือนความเสี่ยง

การเทรด Forex หรือตราสารอนุพันธ์อื่นๆนั้นมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าทำกำไรและวางเป้าหมายที่เข้ามาในตลาดนี้ ต้องประเมิณความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นให้ได้ เนื่องจากความสูญเสียนั้นอาจทำให้สูญเสียเงินทั้งหมดได้ นักลงทุนโปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดอย่างลึกซึ้งแล้วหรือยัง และมีการจัดการความเสี่ยงของการลงทุนรูปแบบนี้อย่างมืออาชีพก่อนลงทุน

เว็บไซต์แนะนำ

สถิติการเข้าชมเว็บไซต์

Today 58

Yesterday 88

Week 1036

Month 146

All 654742